สายลมยามค่ำคืนพัดแผ่วเบา เวลานี้หมู่บ้านเงียบสงบลงแล้ว
หลี่หงเฟิงกับอีกสองคนนั่งอยู่บนท่อนไม้ในลานบ้าน
จางเหวยหมิงเอ่ยขึ้นว่า “ต่อไปถ้าพวกเราคนไหนต้องอยู่ตามลำพัง ก็ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ”
“หมายความว่ายังไง” หลี่หงเฟิงมองจางเหวยหมิง
เจ้าเทียนก็มองตาม สีหน้าอยากรู้อยากเห็นไม่ต่างจากหลี่หงเฟิง
“บอกให้ระวังก็ระวังไว้หน่อย อย่าให้ใครวางแผนเล่นงาน ถึงตอนนั้นสิ่งที่ต้องแลกไปไม่ใช่แค่ชีวิตคู่ แต่ยังรวมถึงอนาคตของตัวเองด้วย”
เจ้าเทียนยังคงทำหน้างง มีเพียงหลี่หงเฟิงที่เข้าใจความหมายก่อน
“หมายถึงมีสาว ๆ อยากวางแผนหลอกพวกเรา เพื่อแต่งงานกับพวกเราแล้วมาเสวยสุขหรือ” หลี่หงเฟิงกะพริบตาปริบ ๆ
ใบหน้าหล่อเหลาของจางเหวยหมิงขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่ก็ยังพยักหน้า
เขามองเจ้าเทียน สายตาสื่อว่าแกนี่แหละเป้าหมายอันดับแรก ทั้งโง่ทั้งรวยเป็นที่หนึ่ง
เจ้าเทียนคิดในใจว่า ให้ตายเถอะ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดไปไกลขนาดนั้นจริง ๆ แต่พอจางเหวยหมิงเตือนขึ้นมา เขาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นหนุ่มเนื้อหอมจริง ๆ
“ผมจะระวังตัวให้ดี” เจ้าเทียนรีบพูด
หลี่หงเฟิงกอดแขนจางเหวยหมิงไว้แน่น “ต่อไปเราสองคนต้องตัวติดกัน ไปไหนไปด้วยกัน”
เจ้าเทียนขยับเข้าไปใกล้ “ถ้าพวกคุณสองคนไม่รังเกียจ จะมีผมเพิ่มอีกคนได้ไหม”
ทั้งสามคนหัวเราะขึ้นมา
เสียงหัวเราะสนุกสนานลอยไปไกล
ซุนเสี่ยวเหวยซ่อนตัวอยู่ในเงามืด มองทั้งสามคนจากระยะไกล แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาอันมุ่งร้าย
