เจิงเชียนว่านโบกมืออย่างรำคาญ “เรื่องอะไร ทำไมไม่รู้จักสำรวม ว่าไป”
“ทองครับ ทองเยอะมาก!” โจวจั่นอันขยับเข้าไปใกล้แล้วพูดเสียงเบา
เจิงเชียนว่านเบิกตากว้าง “เล่ามาละเอียด”
โจวจั่นอันจึงเล่าเรื่องที่ซางอวี่โทรมาทั้งหมดให้ฟัง
“โทรกลับเดี๋ยวนี้ บอกว่าคืนนี้ตีสองจะไปถึง” เจิงเชียนว่านออกคำสั่งเด็ดขาด
“ครับ” โจวจั่นอันรับคำ
“ใช้โทรศัพท์ฉัน” เจิงเชียนว่านบอก โทรศัพท์เขาดักฟังไม่ได้
“ครับ!” ตาโจวจั่นอันเป็นประกายขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าผู้บัญชาการกองพลน้อยของพวกเขาน่ะขี้งก…เอ่อ หมายถึงเป็นคนรอบคอบสุด ๆ ยังไงก็ไม่มีทางปล่อยโอกาสแบบนี้ไปแน่
ปลายสายรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
“พี่สะใภ้ครับ”
“จั่นอัน”
“พวกเราจะไปถึงที่นั่นตีสองนะครับ เปิดประตูรอด้วย” โจวจั่นอันพูด
“ได้” ซางอวี่ตอบรับ เมื่อได้ยินโจวจั่นอันพูดตรง ๆ แบบนี้ เธอก็มั่นใจว่าเขาอยู่ในห้องทำงานของหัวหน้าหน่วย
“พี่สะใภ้ระวังตัวด้วยนะครับ”
“อืม วางใจเถอะ พวกนายก็ระวังตัวด้วย” ซางอวี่กำชับ
“ครับพี่สะใภ้ แล้วเจอกันคืนนี้”
วางสายแล้ว โจวจั่นอันก็หันมายิ้มหน้าบานให้เจิงเชียนว่าน
เจิงเชียนว่านมองเขา “มองอะไรฉัน ไปเตรียมตัวเลย ออกเดินทางเดี๋ยวนี้ ขับรถไป ซ่อนตัวให้ดีใกล้หมู่บ้าน เธอกับหลี่เหว่ยลี่คุ้นเคยเส้นทาง พวกเธอไปด้วยกันทั้งสองคน”
“ครับ!”
หลังจากวางสาย ซางอวี่แวะไปที่ร้านค้าสหกรณ์ก่อน วนดูรอบหนึ่ง ก็เป็นอย่างที่คิด ไม่ได้ซื้ออะไรเลยสักอย่าง…
ช่วงนี้ของอย่างเนื้อหมูอะไรพวกนั้นถูกแย่งหมดตั้งนานแล้ว
