“ผมคือคู่หมั้นของโหรวเจีย เติ้งฉี่ครับ” เติ้งฉี่แนะนำตัว
“เรารักกันมาก คุณเป็นใคร ทำไมเอาแต่ถามเรื่องโหรวเจียของเรา โหรวเจียอยู่ไหน” เติ้งฉี่ขมวดคิ้วถาม
“โหรวเจียคงเห็นคุณสองคนสนิทชิดเชื้อกัน เลยทำใจไม่ได้ หรือไม่ก็ได้ยินอะไรที่เธอรับไม่ไหว”
“เธอกว่าจะหนีจากพวกคนร้ายมาได้แทบตาย เมื่อวานยังพยายามสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ แต่วันนี้กลับคิดสั้นฆ่าตัวตาย” ซางอวี่มองหน้าทั้งคู่พลางเอ่ย
กวนจิ้งอันตาเบิกกว้าง แววตาฉายประกายดีใจวาบหนึ่ง แต่เธอก็รีบเก็บอาการไว้ทัน
ทว่า ซางอวี่ก็เห็นจนได้
ส่วนเติ้งฉี่ตกตะลึง ปนเปื้อนแววอาลัยรักอย่างเห็นได้ชัด “มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง โหรวเจียอยู่ไหน ผมขอพบเธอ”
“ฉันว่าเธอคงไม่อยากเจอคุณแล้ว ช่วยตามพ่อแม่ของเธอมาที่นี่เถอะ” ซางอวี่กล่าว
“ไม่ ผมต้องเจอโหรวเจีย ผมเป็นคู่หมั้นของเธอ ผมรักเธอมาก...”
“หุบปาก ไอ้ผู้ชายเหยาะแหยะ” ซางอวี่ตวัดเสียงขัดจังหวะคำพูดยืดยาวของเติ้งฉี่ด้วยความรำคาญใจ
“ถ้าคุณรักเธอจริง ก็คงไม่เข้าไปอยู่กับผู้หญิงอื่นในห้องพักเกสต์เฮาส์โดยปิดประตูล็อกห้อง”
“เรากำลังคุยงานกันอยู่ต่างหาก คุณนี่ความคิดสกปรกจริง” กวนจิ้งอันรีบแย้ง
ซางอวี่หรี่ตาสวยคม “คุยงาน ทำไมไม่ไปคุยกันที่ทำงาน”
“ก็ได้ ต่อให้ว่าคุยที่ทำงานไม่ได้ คุณสองคนก็ไม่ควรปิดห้องล็อกกุญแจคุยงานกัน ถ้ากลับไปที่โรงงานเครื่องจักรกลแล้ว พวกคุณสองคนกล้าเล่าเรื่องวันนี้ให้ใครฟังอย่างเปิดเผยมั้ย”
