ซางอวี่ไม่รู้ถึงความคิดอ่านในใจของพวกเขา
และไม่รู้ด้วยว่าพวกเขาสำนึกผิดอย่างจริงใจหรือไม่
เธอช่วยได้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น
ซางอวี่เดินเล่นอยู่บนถนนรอบหนึ่ง แล้วแวะกินมื้อกลางวันที่ร้านอาหารของรัฐ
กินเสร็จแล้วเธอก็กลับเขตที่พำนักกองทหาร
ช่วงบ่ายเนิบช้า ไม่มีอะไรให้ทำ ซางอวี่สบายตัวจนเผลอหลับกลางวันไปอีกรอบ
หลังตื่นจากงีบ เธอก็ลุกขึ้นทำมื้อเย็นตั้งแต่เนิ่น ๆ
แต่เสิ่นจื้อหนานไม่ได้กลับมากินมื้อเย็น ซางอวี่จึงกินข้าวคนเดียว แล้วกลับขึ้นไปนอนบนเตียง
เธอหยิบหนังสือแพทย์ที่หัวเตียงมาเปิดดูส่ง ๆ อ่านไปไม่กี่หน้าก็วางไว้ข้าง ๆ แล้วเอนตัวลงนอนหลับ
ขณะที่ซางอวี่กำลังหลับสนิท ประตูรั้วบ้านของเธอก็มีคนมาเคาะ
ซางอวี่ลุกขึ้น แล้วถามออกไปตามสัญชาตญาณว่า “ใครน่ะ”
“เปิดประตู!” เสียงผู้ชายจากหน้าประตูฟังดูไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด
ซางอวี่ขมวดคิ้ว รู้สึกว่าคนที่มาคงไม่ใช่คนดี
เธอเก็บหนังสือทั้งหมดที่หัวเตียงตามความเคยชิน
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น ซางอวี่ก็สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเดินออกมา “ใครน่ะ”
“บอกให้เปิดก็เปิดสิ ทำไมอืดอาดนัก!”
“คุณกำลังพูดกับใครอยู่” น้ำเสียงของซางอวี่เย็นลง
ตอนนี้เธอเป็นผู้ได้รับเหรียญเกียรติยศระดับเอกเชียวนะ
ไม่ว่าใคร หากมาถึงบ้านของพวกเขาแล้วยังกล้าพูดจาไม่ให้เกียรติ ก็เท่ากับรนหาที่เจ็บตัวชัด ๆ
“คุณนี่มัน...”
“ฉันทำไม
คุณเป็นผู้ชายแปลกหน้า ตอนกลางดึกยังมาเคาะประตูบ้านที่มีแต่ผู้หญิงอยู่
แล้วยังจะให้คนในบ้านวิ่งไปเปิดประตูให้คุณอีก
