จานอิ้นก้าวยาว ๆ เข้ามาในสถานีตำรวจ พอเห็นสวี่ชิงหยาที่หน้าซีดเผือดกับสวี่เค่อเอ๋อร์ที่เห็นได้ชัดว่าตกใจ เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความปวดใจ
แต่ด้วยสถานการณ์ตรงหน้า เขาไม่อาจโอบภรรยาเข้ามาในอ้อมกอดต่อหน้าคนมากมายได้
จานอิ้นเดินไปหยุดตรงหน้าแม่ลูกทั้งสอง แววตาเปี่ยมด้วยความห่วงใยอย่างจริงใจ “ชิงหยา ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง เราไปโรงพยาบาลตรวจอย่างละเอียดอีกรอบกันเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“อืม” สวี่ชิงหยาไม่รู้ว่าควรเผชิญหน้ากับสามีอย่างไร
ตอนที่ตำรวจถามเธอว่า หากเธอตายไปใครจะได้ประโยชน์มากที่สุด ตอนนั้นเธอสงสัยสามีขึ้นมาจริง ๆ
พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้ทรัพย์สินทุกอย่างในบ้าน หากเธอตายไปก็จะตกเป็นของสามีทั้งหมด
ลูกสาวยังเล็ก คนเดียวที่เธอพึ่งพาได้ก็มีเพียงสามี
ถ้าสามีเป็นคนทำจริง ๆ ล่ะก็...
สวี่ชิงหยาไม่กล้าคิดต่อ เธอรู้สึกว่าโลกทั้งใบของตัวเองคงพังทลายลง
“เป็นอะไรไป ชิงหยา รู้สึกไม่สบายมากหรือเปล่า เราไปกันเดี๋ยวนี้เลย” จานอิ้นถามอย่างร้อนใจ พลางยื่นมือจะอุ้มสวี่ชิงหยาขึ้นมา
“เปล่าค่ะ ฉันแค่ตกใจนิดหน่อย” สวี่ชิงหยาดึงสติกลับมาแล้วตอบเสียงเบา
พอเห็นพ่อเป็นห่วงแม่ขนาดนี้ สวี่เค่อเอ๋อร์ก็คลายใจลง เธอว่าแล้ว ความรักที่เธอสัมผัสได้นั้นเป็นของจริง จะเป็นการเสแสร้งได้อย่างไร
“คุณพ่อ หนูก็กลัวเหมือนกันค่ะ” สวี่เค่อเอ๋อร์พูดเสียงเบา
จานอิ้นรีบหันไปมองสวี่เค่อเอ๋อร์ แล้วยื่นมือไปตบไหล่ลูกสาวเบา ๆ “เค่อเอ๋อร์เด็กดี ไม่ต้องกลัวนะ ตอนนี้เค่อเอ๋อร์ของเราดูแลแม่ได้แล้ว เก่งมาก เป็นเด็กผู้หญิงที่กล้าหาญจริง ๆ”
