ซางอวี่ยุ่งอยู่ในห้องทำงานตลอดบ่าย
ก่อนเลิกงาน เธอถือแผนการสอนเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ที่เขียนไว้ไปยังห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลิว
“หมอซาง มา ๆ นั่งก่อน” ตอนนี้ในสายตาของผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลิว ซางอวี่เป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นใหญ่
ซางอวี่นั่งลงตรงข้ามผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลิว “ผู้อำนวยการคะ เมื่อวานหลังจากผ่าตัดให้ผู้การหลิว ฉันมีความคิดบางอย่าง รบกวนช่วยดูหน่อยนะคะ”
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลิวรับแผนการสอนจากซางอวี่มา แล้วอ่านอย่างละเอียด “ดี ดีมาก ความคิดนี้ไม่เลวเลย
ถ้าทหารมีความรู้พื้นฐานติดตัวและรู้วิธีปฐมพยาบาลบ้าง พอถึงสนามรบจริง ๆ ก็ช่วยรักษาชีวิตได้
ฉันจะติดต่อทางกองทหารเดี๋ยวนี้ ดูว่าพวกเขาสะดวกเวลาไหน แล้วพวกเราไปสอนให้พวกเขา
ก่อนไป คุณคุยกับพวกหมอให้เข้าใจกันก่อนด้วย”
“ค่ะ ผู้อำนวยการ” ซางอวี่รับคำ จากนั้นก็คุยกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลิวต่ออีกพักหนึ่งจึงลุกขึ้นจากไป
ระหว่างทาง เธอแวะไปดูผู้การหลิวกับเสี่ยวอวี่ด้วย
อาการของคนไข้ทั้งสองคนคงที่ดี
พริบตาเดียวก็ครบหนึ่งสัปดาห์หลังการผ่าตัดของเสี่ยวอวี่
หลายวันมานี้ ซางอวี่หารือกับเหล่าหมอถึงแผนการสอนเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ที่เธอเขียนไว้ และเพิ่มเนื้อหาเข้าไปอีกหลายข้อ ตามความคิดเห็นของทุกคน
นอกจากซางอวี่แล้ว หลิวหมิงจื้อ หลินไป๋ จี้เหิงหยาง รวมถึงหมอศัลยกรรมเดิมของโรงพยาบาลอีกหลายคนก็ไปสอนได้
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลิวโทรหาเสิ่นเจี้ยนจวินด้วยตัวเอง เล่าให้ฟังว่าทางโรงพยาบาลจะจัดการเผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ ซึ่งเสิ่นเจี้ยนจวินยินดีอย่างยิ่งอยู่แล้ว
พอรู้ว่าเป็นความคิดของซางอวี่ เขาก็ยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจ สะใภ้บ้านเขาเก่งจริง ๆ
