“หมอซาง ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
ผอ.ซุนเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือไปตรงหน้าซางอวี่
ซางอวี่ก้มตัวเล็กน้อยเพื่อทักทาย “สวัสดีค่ะ ผอ.ซุน”
จากนั้นผอ.เจ้า ผอ.จาง และผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลิวต่างแสดงความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง พากันเดินเข้ามาทักทายซางอวี่
พวกเขาสอบถามถึงงานของซางอวี่ สภาพการทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงสวัสดิการ
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลิวยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล “นี่ ๆ พวกคุณกำลังพูดอะไรกันอยู่
คิดจะทำอะไรน่ะ
อย่าให้มันชัดเจนเกินไปสิ ฉันยังนั่งอยู่ตรงนี้นะ”
ซางอวี่ฟังแล้วรู้สึกกระดากอายขึ้นมาเล็กน้อย
เธอยิ้มแล้วตอบว่า “ฉันทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเขตทหารค่ะ พอใจกับสวัสดิการทุกอย่างแล้ว”
ผู้อำนวยการหลายคนพากันเกลี้ยกล่อม “ไม่พอใจก็ได้นะครับ”
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลิว: อยากยกถ้วยชาส่งแขกแล้ว
พวกเขาคุยทักทายกันอีกพักหนึ่ง ก่อนจะเข้าเรื่องสำคัญ
“หมอซาง หมอทุกท่านที่อยู่ทางนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ มีบางเรื่องอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคุณ ไม่ทราบว่าคุณสะดวกเวลาไหนคะ”
ซางอวี่ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ช่วงสองสามวันนี้ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดค่ะ ต้องคอยสังเกตอาการของเสี่ยวอวี่อยู่เสมอ
เวลาไหนก็ได้ค่ะ แต่ถ้าทางห้องผู้ป่วยมีธุระ ฉันคงต้องขอตัวไปชั่วคราว”
“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาครับ หมอซาง ดีจริง ๆ เลย
พวกเราหวังมาตลอดว่าจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณ”
หมอชายวัยกลางคนคนหนึ่งลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวอย่างสุภาพ
