“ผู้การเสิ่น พวกเราก็ทำงานราชการเหมือนกัน คุณช่วยเปิดเผยสักหน่อยได้ไหมครับว่า ซุนเสี่ยวเหวยทำเรื่องอะไรกันแน่
เขาถูกจับตัวไปกะทันหัน ในหมู่บ้านก็เลยพูดกันไปต่าง ๆ นานา
บางคนบอกว่าเขาก่อข้อหาอนาจาร บางคนบอกว่ามีเจตนาไม่ดี บางคนบอกว่าเป็นสายลับ บางคนก็บอกว่าเป็นจารชน
ตอนนี้พวกเราก็ต้องรายงานขึ้นไป คุณไม่ยอมเปิดเผยอะไรเลย พวกเราก็ทำงานไม่ได้
เอาอย่างนี้ คุณเปิดเผยให้พวกเรารู้สักนิดก็พอ จะได้เอาไปชี้แจงกับผู้บังคับบัญชาได้” หลินตงพูดพลางยิ้มแย้ม
เสิ่นจื้อหนานมองเขา สีหน้ายังคงเคร่งขรึมเช่นเดิม
“สหายหลิน ผมบอกไปแล้วว่าเรื่องของซุนเสี่ยวเหวยยังอยู่ระหว่างการสอบสวน”
สีหน้าของหลินตงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ตามใจ ไม่เคยเจอเรื่องขัดใจ
เขาคิดว่าตัวเองพูดกับเสิ่นจื้อหนานด้วยท่าทีดีมากแล้ว
แต่เสิ่นจื้อหนานกลับทำหน้าบึ้งใส่เขา ทั้งยังปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
คนคนนี้ไม่เห็นจะได้เรื่องเลย!
เสิ่นจื้อหนานกล่าวต่อว่า “ถ้าพวกคุณอยากรู้จริง ๆ ว่าซุนเสี่ยวเหวยเป็นอะไร
ก็ไปติดต่อกองทหารโดยตรง สอบถามความคืบหน้าในการสอบสวนจากทางกองทหาร พวกเขาจะส่งหนังสือตอบกลับมาให้”
รอยยิ้มตรงมุมปากของหลินตงแทบฝืนไว้ไม่อยู่
ถ้าพวกเขากล้าติดต่อกองทหาร คงไม่มาหาเสิ่นจื้อหนานถึงที่นี่หรอก
ไป๋กังเถี่ยยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ทำให้ผู้การเสิ่นต้องลำบากแล้วครับ”
“ไม่เป็นไร การสอบถามเรื่องของบัณฑิตหนุ่มสาวเป็นหน้าที่ของพวกคุณ แต่ตอนนี้ยังไม่มีข่าวที่แน่ชัดส่งกลับมาจริง ๆ
