หญิงสาวร้องไห้จนหมดเรี่ยวแรง ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
ผู้คนในที่เกิดเหตุพากันมองหน้ากัน ไม่มีใครส่งเสียง ไม่มีใครเข้าไปพยุง เธอเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่ถูกห้อมล้อมด้วยความสิ้นหวัง ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนมีก้อนหินมาอุดตันอยู่ในอก
ซางอวี่ถอนหายใจเบา ๆ ในโลกนี้มักมีความทุกข์ของใครบางคนที่ถูกคนอื่นยัดเยียดให้เสมอ
หญิงสาวระบายอารมณ์ออกมาจนรู้สึกเหมือนถูกคว้านไส้คว้านพุง เธอพยายามจะลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
ซางอวี่รีบเข้าไปพยุง
หญิงสาวจับมือซางอวี่ไว้ ก่อนจะคุกเข่าลงอีกครั้ง ยังไม่ทันที่ซางอวี่จะได้สติ เธอก็โขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรงหลายครั้ง
ซางอวี่ประคองหญิงสาวขึ้นมา โธ่ เธอยังไม่ชินกับการให้ใครมาคุกเข่าให้เลย
ชาติก่อนก็มีคนคุกเข่าให้ไม่น้อย ชาตินี้ก็มากเช่นกัน
“คุณคะ อย่าทำแบบนี้เลย”
“อืออือ” หญิงสาวชี้ไปที่ปากตัวเอง ส่ายหน้าอย่างสิ้นหนทาง
“คุณเขียนหนังสือได้ไหมคะ” ซางอวี่ถาม
หญิงสาวพยักหน้า
“คุณเข้าไปในบ้านก่อน รอสักครู่นะคะ” ซางอวี่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หญิงสาวพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านอย่างว่าง่าย
“ป้าสะใภ้เฉินซานคะ เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเธอสักพัก รินน้ำให้เธอด้วยนะคะ” ซางอวี่บอกนางเฉินซาน
นางเฉินซานตาเป็นประกาย ร้องตอบด้วยเสียงสดใส ก่อนจะเชิดหน้าผงกศีรษะ เดินก้าวฉับ ๆ เข้าไปในบ้าน
พอเข้าประตูปุ๊บ เธอก็ลดเสียงลงทันที รินน้ำให้หญิงสาว แล้วปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอยู่ครู่ใหญ่
