คนสองร้อยคนยังล้วนเป็นหนุ่มกำยำที่กินได้เป็นช้าง
ประจราจริง ๆ หมูป่าตัวนี้เอาหนังกับกระดูกออกไปแล้ว บอกตามตรงว่าคืนเดียวก็หมดเกลี้ยง
ซางอวี่เรียกหยุดทหารที่กำลังเตรียมจะโค่นต้นไม้ว่า “เลิกโค่นได้แล้ว”
ทหารถามว่า “มีอะไรเหรอครับ หมอซาง”
ซางอวี่ว่า “ฉันคำนวณไว้แล้ว พวกเราคนเยอะ เนื้อห้าร้อยชั่งนี้ไม่จำเป็นต้องรมควันหรอก มื้อเดียวเราก็จัดการมันจบ”
รองผู้บังคับกองพันหลี่เทียนเดินเข้ามาบอกซางอวี่ว่า “กินแค่ครึ่งหนึ่งก็เยี่ยมแล้วครับ แม้แต่ในหน่วยทหาร เรายังไม่เคยได้กินขนาดนี้ ได้กินอาหารดี ๆ แบบนี้ก็ไม่เคย
เก็บอีกครึ่งไว้รมควัน พกติดทางไว้เผื่ออยากแกล้มอะไรเป็นคราว ๆ ก็ดี
เผื่อว่าถัดไปเราไม่เจอป่าไม้จะออกไปล่าสัตว์ไม่ได้ ของสำรองที่พกมาก็ต้องประหยัดกินกันอยู่ดี”
ซางอวี่พยักหน้า หลี่เทียนพาคนไปเก็บกิ่งสนกิ่งไซเปรส
ซางอวี่เดินสำรวจแถว ๆ ต่อ ตาเหลือบเห็นหญ้าหรือสมุนไพรที่ใช้ปรุงรสได้ก็เด็ดเก็บมาหมด
ไม่นานนัก ซางอวี่ก็ห้อยเสื้อรองเก็บสมุนไพรได้เต็มพกหนึ่ง
มีทหารเห็นซางอวี่กำลังเด็ดสมุนไพร ก็รีบวิ่งกลับไปที่รถ หยิบตะกร้าใบหนึ่งมาให้
ซางอวี่คิดในใจว่า ทหารหนุ่มคนนี้ตาไวจริง ๆ ไม่ต้องสั่งก็รู้งาน
ด้านนี้ครึกครื้นกันเฮงซวย ด้านโน้นหลินเผิงกับพวกก็แบกหมูป่าลงมาเรียบร้อยแล้ว
หมูป่าห้าร้อยกว่าชั่ง ทหารกี่คนสลับกันแบกลงมาถึงเชิงเขา
เดินไปไม่ไกลนักก็มีแม่น้ำอยู่ข้างหน้า
หลินเผิงว่า “ไปฝั่งแม่น้ำจัดการหมูป่าให้สะอาด เอาเลือดออก เอาไปให้พ้น ๆ จากหมอซางหน่อย ช่วงนี้เห็นอาการแพ้ท้องเขาแรงอยู่
