หิมะของเมืองเซิ่งจิงตกลงมาสามวันสามคืนไม่ขาดสาย
เกล็ดหิมะใหญ่เท่าขนห่านกระหน่ำลงบนยอดพระตำหนัก จนกระเบื้องหลังคาถูกกดทับจนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ภายในพระตำหนักประชุมราชการ ถ่านในกระถางไฟลุกโชนแตกเปรี๊ยะๆ เปลวไฟพุ่งสูงจนเกินควร แต่ก็ไม่อาจสลายความหนาวเย็นแทรกกระดูกที่แผ่คลุมทั่วพระตำหนักได้
ตัวเอ้อกุ่นถอยกลับจากชานไห่กวานมายังเซิ่งจิง เพิ่งจะครบสามวัน
ศึกที่เมืองทงโจว กองทัพกว่าแสนนายบุกเข้าไปในด่าน แต่หนีรอดกลับมาได้ไม่ถึงห้าหมื่น
ธงขาวแท้ถูกทหารม้ามังกรหิมะใหญ่บดขยี้จนแทบสิ้นสภาพ ธงเหลืองขอบมีไป๋อินถูเจ้าแห่งธงตายกลางสนามรบ ธงน้ำเงินประดับเสียหายเกินครึ่ง ส่วนแปดธงมองโกลหนีเร็วกว่ากระต่ายเสียอีก
ก่อนจากมา เขาสั่งให้อู๋ซานกุ้ยกับกองทัพกวนหนิงตรึงกำลังอยู่ที่ชานไห่กวาน แล้วรวบรวมทหารที่เหลืออยู่ปะปนกันส่งไปเฝ้าเมืองอีกสองหมื่นนาย วางแนวป้องกันเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยรีบกลับมาเซิ่งจิงเพื่อรวบรวมกำลังพลใหม่
แต่ทั้งเมืองเซิ่งจิง ถูกเมฆหมอกแห่งความพ่ายแพ้ย่อยยับกดทับจนแทบหายใจไม่ออก
ผู้คนบนถนนหดคอย่อตัวชิดกำแพงเดิน แม้แต่ไอก็ยังต้องใช้มือปิดปาก ราวกับกลัวว่าหากส่งเสียงดังสักนิด จะดึงกองทัพหมิงให้ตามมา
ภายในพระตำหนักแน่นไปด้วยผู้คน
