ตอนที่ 2 เสแสร้งเป็นใครจะไม่เป็น!
เหอซิ่งจือและอีกสองคนได้ยินแล้วตะลึงงัน: ปกติเป็นคนเงียบขรึมพูดน้อย พูดจาชัดเจนถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
กู้เนี่ยน: ฟ้าผ่าดังเปรี้ยง ข้าก็มาแล้ว! ตกใจหรือเปล่า, คาดไม่ถึงหรือเปล่า?
นางสะบัดมือกู้จื่อจวินที่จับนางไว้อย่างแรง พลางกันมือของเหอซิ่งจือออกไปอย่างเนียน ๆ
แม่ที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี นางไม่ขอรับ
แม้นางจะมีวิธีสารพัดที่จะไม่แต่งงานกับบุตรชายสามตระกูลฟู่ผู้พิการ และอยู่ที่สกุลกู้ต่อได้
แต่นางไม่สนใจที่จะแย่งความรักกับกู้จื่อจวิน
ดูเมื่อครู่ที่นางเพียงแค่จ้องมองกู้จื่อจวินเพียงครั้งเดียว พี่ชายรองจอมเจ้าชู้และแม่ที่ไม่รู้ความของนางก็รีบออกตัวแก้ต่างให้กู้จื่อจวินในทันที ลองคิดดู หากนางอยู่ต่อไป ย่อมต้องสู้กับกู้จื่อจวินจนตาแดงก่ำแน่
แล้วจะอยู่เพื่ออะไร? นางไม่ได้ต้องการความรักกระจอกงอกง่อยของสกุลกู้
แต่นางต้องการเงิน!
สุราทำให้คนหน้าแดง ทรัพย์สินเงินทองทำใจคนให้หวั่นไหว
แสร้งสงสารเอาหน้า สู้เงินทองของจริงไม่ได้หรอก
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คนเราก็ต้องมีทุนไว้ตั้งตัว
ในเมื่อสกุลกู้ต้องการอะไรจากนาง นางก็จะถือว่าสกุลกู้เป็นหินก้าวข้ามเพื่อสะสมทุนของนางชั่วคราว
เวลานี้การใช้กำลังต่อสู้ทำให้นางได้สะใจเพียงชั่วครู่ หาประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ตัวนางไม่ได้เลย ดังนั้น นางจึงเลือกใช้ปัญญา
ที่สำคัญร่างของเจ้าของร่างเดิมอ่อนแอเกินไป หากใช้กำลัง สุดท้ายคนที่เจ็บตัวก็ต้องเป็นนาง
นางไม่ใช่พวกชอบทำร้ายตัวเอง
นางกะพริบตาโตใสซื่อ น้ำตาเอ่อคลอแทบจะไหลทันที นางมองเหอซิ่งจืออย่างน่าสงสาร
ใครจะไม่เป็นพวกเสแสร้งบ้าง?
เดินในทางที่พวกเสแสร้งเดิน จนพวกเสแสร้งไม่มีทางให้เดิน
มองดูลูกสาวที่หน้าตาคล้ายตน เหอซิ่งจือจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยได้อย่างไร นางรีบจับมือกู้เนี่ยนอีกครั้งแล้วอธิบาย
“เนี่ยนเนี่ยน แม้ว่าคนที่จะไปดูตัวกับบุตรชายสามตระกูลฟู่จะเป็นจวินจวินก็ตาม แต่เจ้าเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเรา พ่อของเจ้าคุยเรื่องนี้กับผู้บังคับบัญชาของเขาแล้ว ผู้บังคับบัญชาเขาเป็นคนระบุชื่อเจ้ามา เจ้าก็รู้ว่าขุนนางชั้นสูงกว่าก็กดคนตายได้ พ่อของเจ้าก็พูดอะไรไม่ได้เหมือนกัน”
แค่ทำให้ผู้นำยอมก็พอ ส่วนทางพ่อแม่ของฟู่จิ่งเฉิน ก็เป็นแค่ชาวนาบ้านนอกไร้อำนาจวาสนา ไม่ต้องพูดถึงเลย
ถึงแม้ว่ากู้เนี่ยนจะเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของนาง แต่จวินจวินก็เป็นลูกสาวที่เลี้ยงดูในร่มเงาอยู่ข้างกายนางมาสิบเก้าปี ไม่ต่างอะไรกับลูกสาวแท้ ๆ
นางรักลูกสาวทั้งสองคนเท่า ๆ กัน
แต่จวินจวินเติบโตมาข้างกายนางอย่างทะนุถนอม สู้กู้เนี่ยนที่เติบใหญ่ในชนบทที่อดทนไม่ได้
ดังนั้นเมื่อเทียบกันแล้ว ก็ทำได้เพียงให้กู้เนี่ยนไปแต่งงานกับฟู่จิ่งเฉินตาบอดบ้านนอกนั่น
กู้เนี่ยนขำ: “ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเหตุผลที่เอาหัวควายไปกดกินน้ำไม่ได้ ถ้าไม่กินก็ต้องกดให้กิน ไม่ใช่ว่ากองทัพเป็นที่ ๆ มีเหตุผลที่สุดหรอกหรือ? คนที่รักใคร่กันสองฝ่ายไม่ใช่ข้าเสียหน่อย ข้าจะโทรไปถามผู้บังคับบัญชาของบุตรชายสามตระกูลฟู่ ตอนนี้ก็สังคมยุคใหม่แล้วนะ ยังจะมาใช้วิธีคลุมถุงชนอีกหรือ?!”
น้ำเสียงของนางแม้จะฟังดูอ่อนแอ แต่ทุกคำหนักแน่น
เหอซิ่งจือเจ็บแปลบในใจ ถึงกับสำลักพูดอะไรไม่ออกอยู่บ้าง
เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความละอายที่แสดงออกมาในแววตาของเหอซิ่งจือ กู้จื่อจวินใจสะท้าน รีบฉวยโอกาสตอนปลอบเหอซิ่งจือดีงมือของนางกลับมาอย่างแนบเนียน น้ำเสียงสะอึกสะอื้น: “คุณแม่ เป็นความผิดของหนูเอง ในเมื่อพี่สาวไม่เชื่อ งั้นให้คุณพ่อโทรหาผู้บังคับบัญชาของพี่ใหญ่ฟู่อีกครั้ง ให้ผู้บังคับบัญชายอมเปลี่ยนเป็นหนูเถอะ เพื่อคุณพ่อคุณแม่ หนูยอม......”
นางยังพูดไม่ทันจบ เสียงร้อนรนของกู้จื่อฮ่าวก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“มันจะเกินไปแล้วนะ กวนผู้บังคับบัญชาเพราะเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ไปมา ผิดธรรมเนียม! หน้าของผู้บัญชาการกองพันผู้พ่อยังจะเอาไว้ไหม! คุณแม่ จวินจวิน พวกคุณพูดอะไรเปล่าประโยชน์กับนาง นางเป็นสมาชิกของสกุลกู้ เพื่อเกียรติศักดิ์ของสกุลกู้ นางก็ต้องเสียสละ!”
“อีกอย่าง แต่งงานกับบุตรชายสามตระกูลฟู่ สำหรับชีวิตก่อนหน้านี้ของนาง นั่นก็คือการมีความสุขไม่ใช่หรือ ถ้านางยังไม่ตกลงอีก ก็ส่งนางกลับไปตระกูลหนานให้ไปแต่งงานกับพ่อม่ายแก่นั่นเสียเลยดีกว่า!”
ช่างเป็น “พี่น้องรักใคร่” จริง ๆ , กู้เนี่ยนดูถูกอยู่ในใจ แต่ภายนอกกลับหยดน้ำตาใสพอดี
ราวกับถูกทำร้ายอย่างใหญ่หลวง
“ที่แท้เรื่องคู่ชีวิตของข้าสำหรับพวกท่านแล้วเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แพ้แม้แต่หน้าของพ่อ ที่แท้พวกท่านก็ไม่อยากรับข้ากลับมา แค่หลอกใช้ข้าให้แต่งงานกับบุตรชายสามสกุลฟู่ผู้พิการแทนกู้จื่อจวินเท่านั้น ข้าดีใจนักหนา นึกว่าได้กลับมาอยู่ข้างกายพ่อแม่แท้ ๆ จะมีความรักของพ่อแม่เสียอีก”
เสแสร้งเป็นใครจะไม่เป็น!
เหอซิ่งจือรีบอธิบาย: “เนี่ยนเนี่ยน ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เจ้าเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อแม่ แล้วพ่อกับแม่จะไม่รักเจ้าได้ยังไงกัน อย่าไปฟังพี่ชายรองคนเจ้าเหลวไหล”
นางหันไปดุว่ากู้จื่อฮ่าวเสียงเบา
“จื่อฮ่าว ลูกเคารพพ่อก็ไม่ควรพูดจาไม่ยั้งปากเช่นนี้ ไปขอโทษเนี่ยนเนี่ยนเดี๋ยวนี้”
กู้จื่อฮ่าวตอบอย่างไม่ใส่ใจ: “คุณแม่ ผมพูดผิดตรงไหน? ที่เรารับนางกลับมาก็เพื่อให้นางไปแต่งงานกับบุตรชายสามตระกูลฟู่ไม่ใช่หรือ? ไม่อย่างนั้น ที่รับนางกลับมามีความหมายอะไร!”
จนเหอซิ่งจือโมโหลุกขึ้นจะตีเขา กู้จื่อฮ่าวแค่นเสียงเย็นแล้วหมุนตัวเดินลงบันไดไป
“พี่ชายรอง จะไปไหนน่ะ?”
เดินลงบันไดมาเห็นกู้จื่อเฉินกลับจากโรงเรียนมาทักทายก็ไม่สนใจ
กู้จื่อเฉินเข้าใจทันที เขาทิ้งกระเป๋าหนังสือ เดินปึงปังขึ้นบันไดไปเอาเรื่องกู้เนี่ยน เขากระโจนเข้าไปทุบตีกู้เนี่ยน: “พี่ใจร้ายทั้งนั้นเลย เธอจะมาทำไม? เธอมันทั้งขี้เหร่ ทั้งบ้านนอก ก็สมควรให้นางไปแต่งงานกับไอ้ง่อยนั่น เธอไม่แต่งแล้วทำให้พี่ชายรองของฉันโกรธได้ยังไง ฉันเกลียดเธอ รีบไปให้พ้นบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ”
กู้เนี่ยน: “!!!” หาเรื่องชกใช่ไหม?
ถึงแม้ตอนนี้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่ก็ไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายตบมาที่แก้มแล้วนางยังแนบแก้มเข้าให้อีก
นางกำแขนอวบของกู้จื่อเฉินไว้ แล้วผลักเขาออกไปเต็มแรง กู้จื่อจวินตาไวมือไวรับกู้จื่อเฉินไว้: “คุณพี่ ทำอะไรน่ะ! เขายังเป็นแค่เด็ก!”
กู้จื่อจวินทำหน้าตระหนก จงใจตะโกนเสียงดัง
สมดังคาด เหอซิ่งจือโพล่งออกมาว่า: “เนี่ยนเนี่ยน เจ้านี่มันเกินไปจริง ๆ เด็กไม่รู้เรื่องรู้ราว แล้วเจ้าก็ไม่รู้ด้วยหรือ?”
ดูเถอะ เปิดเผยธาตุแท้ “แม่ใจดี” ออกมาอย่างรวดเร็วจริง ๆ
กู้เนี่ยนกลอกตาในใจ
กู้จื่อฮ่าวกับกู้จื่อเฉินกลั่นแกล้งนางตามอำเภอใจ แต่นางจะโต้ตอบไม่ได้เลย แม้แต่ป้องกันตัวก็ไม่ได้!
ตั้งแต่เจ้าของร่างเดิมมายังสกุลกู้เมื่อวานนี้ สองพี่น้องก็เริ่มจับผิดนางและพูดจาถากถาง สิ่งที่เหอซิ่งจือทำก็คือพูดผ่าน ๆ แล้วปล่อยผ่าน
ลำเอียงได้สุดกู่เลยทีเดียว
แต่ในใจนางไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด รอได้สิ่งที่สมควรได้ นางก็จะจากตระกูลกู้ไป ไม่ตายก็ไม่พบกันอีก
“ข้านึกว่าได้มาอยู่บ้านพ่อแม่แท้ ๆ แล้วจะไม่ถูกกดขี่และถูกตีเสียอีก กลับกลายเป็นว่าเหมือนกับตอนอยู่ตระกูลหนานอีก ไม่ว่าใครผิดใครถูก สุดท้ายคนถูกตีถูกด่าก็ต้องเป็นข้า”
เหอซิ่งจือพูดไม่ออกอีกครั้ง: “เนี่ยนเนี่ยน แม่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น......”
ตอนนั้นเอง หน้าประตูก็มีเสียงใสกังวานดังขึ้นว่า: “กู้เนี่ยนน้องสาวของฉันอยู่ไหน?”
ทันใดนั้น ชายร่างสูงในชุดเครื่องแบบทหารก็ปรากฏตัวขึ้นในห้อง
กู้เนี่ยนเงยหน้าขึ้นมอง รูปร่างตรง ผิวสีเข้ม ราวกับพี่ทหารที่เมื่อชาติก่อนนางเคยเห็นในงานสวนสนาม
นางเดาว่าน่าจะเป็นกู้จื่อเหยียน บุตรชายใหญ่แห่งตระกูลกู้
สกุลกู้มีลูกสี่คน
คนโตคือกู้จื่อเหยียนเป็นทหาร ปีนี้อายุยี่สิบสองปี เป็นผู้หมวดแล้ว
คนรองคือกู้จื่อฮ่าว ปีนี้อายุยี่สิบปี เดิมทีสกุลกู้ก็อยากให้เป็นทหาร แต่เขาทนไม่ได้ ส่งไปในกองทัพได้ไม่กี่วันก็แปรพักตร์ไม่เอาแล้ว อาศัยเส้นสายในครอบครัว หางานขับรถที่สบาย ๆ ทำ
คนสามก็คือเจ้าของร่างเดิม ตอนเกิดสลับตัวกันไป ตอนนี้คือกู้จื่อจวิน เป็นพยาบาลในโรงพยาบาลทหาร
คนสี่คือกู้จื่อเฉิน ปีนี้อายุแปดขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นประถม นิสัยตามพี่ชายรอง ก็เป็นเด็กเจ้าชู้คนหนึ่ง
พ่อกู้ความสามารถพื้น ๆ กลางคนถึงได้เดินทางลัดจนไต่ถึงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพัน ตอนนี้ไร้หนทางก้าวหน้า มีเจตนาจะเข้าใกล้ชิดผู้บังคับบัญชา กำลังกลัดกลุ้มกับงานแต่งงานที่นัดหมายกับผู้บังคับบัญชาไว้ก็ได้พบเจ้าของร่างเดิม
ความดีใจที่ได้ลูกสาวแท้ ๆ กลับมาก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ลูกเลี้ยงที่เลี้ยงดูมาสิบเก้าปีได้ถอนตัวออกไป