ซานฉีตอบโดยไม่ต้องคิดว่า “ท่านดีเหลือเกิน~ ไม่มีผู้ใดแทนที่ได้!”
ใบหน้าเยี่ยนตู้แดงก่ำขึ้นมาทันใด เขาดึงหมวกคลุมศีรษะของซานฉีลงแรง ๆ จนปิดบังใบหน้านางมิด
นางรีบลนลานเปิดหมวกคลุมออก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง “ท่านคิดจะทำให้ข้าขาดใจตายหรือ?”
เยี่ยนตู้เบือนหน้าไปทางหนึ่งเพื่อกลบเกลื่อนท่าทางอึดอัด แล้วเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ “เรื่องฮูหยินโจวกับเว่ยจัวนับว่าคลี่คลายแล้ว เรื่องรูปสลักไม้มีเบาะแสบ้างหรือยัง?”
“นับว่า...มีอยู่กระมัง” สีหน้าซานฉีแปลกไปเล็กน้อย ก่อนโจวเสวี่ยอิงจะสลายไป นางทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง “นางบอกว่าหมามอบให้”
“หมา?” แววตาเยี่ยนตู้ไหววูบ
“ใช่ หมา” ซานฉีพยักหน้า “ข้าคิดว่านางหมายถึงเสี่ยวหวัง”
“ราชันเป็นแมว เสี่ยวหวังเป็นหมาหรือ?”
“อืม ราชันเป็นอันธพาลใหญ่ในหมู่บ้าน ส่วนเสี่ยวหวังเป็นลูกสมุนของมัน เป็นน้องเล็กสุดในหมู่บ้าน” ซานฉีถอนหายใจ “แม้เป็นหมา แต่กำลังต่อสู้ยังสู้ไก่ไม่ได้”
สีหน้าเยี่ยนตู้ดูพิลึกอยู่บ้าง
หมาตัวนั้นสู้ไก่ไม่ได้หรือ? ในความทรงจำของเขา เรื่องกลับมิใช่เช่นนั้นเลย...
คราก่อนเขาพยายามเอ่ยเรื่องที่เกิดขึ้นบนเส้นทางหยินหยางออกมา ถึงกับกระอักเลือดจึงเอ่ยคำว่า ‘หมา’ ออกมาได้คำเดียว และ ‘หมา’ ที่เขาพูดถึงก็เกี่ยวข้องกับเสี่ยวหวังอยู่บ้าง
ยามเยาว์วัย เขาหลุดออกจากร่างทุกคืน แต่ละครั้งไปปรากฏในสถานที่ต่างกัน ทว่าซานฉีกลับตามหาเขาพบทุกครา
ครั้งหนึ่งเขาปรากฏตัวบนภูเขาที่เต็มไปด้วยสุนัขจรจัด ถูกฝูงสุนัขดุร้ายราวกับผีร้ายไล่ตาม เยี่ยนตู้ยังจำสัตว์ตัวมหึมาที่บงการฝูงสุนัขเหล่านั้นได้จนถึงบัดนี้...
เจ้าหมานั่นจ้องเขาเขม็ง ราวกับน้ำลายสออยากกินเขาเสียให้ได้
แต่เมื่อซานฉีปรากฏตัว อีกฝ่ายกลับเปลี่ยนสีหน้าทันควัน จากร่างมหึมาย่อลงเหลือเพียงหมาบ้านขนกระเซิง อ้วนพีราวกับไส้กรอกกองหนึ่ง นอนหงายพุงอยู่แทบเท้านาง ประจบเอาใจอย่างน่ารังเกียจ แสร้งทำเป็นไร้เดียงสา
