ซานฉีดึงมือของเยี่ยนตู้ลง สีหน้าประหลาดใจ “แน่นอนว่าเจ้าไม่ได้ให้พวกเขานอนเป็นเพื่อน เพราะเป็นข้าที่ให้พวกเขานอนเป็นเพื่อนเจ้าน่ะสิ”
นางจูงมือเยี่ยนตู้เดินเข้าไปในห้อง อดกลอกตาใส่เขาไม่ได้ “เจ้าคิดฟุ้งซ่านอันใดกัน ถึงกับตกใจจนไม่สวมรองเท้าแล้ววิ่งออกมา...”
เยี่ยนตู้ “...”
นายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนถูกนางจูงเข้าไปในห้อง ขณะเดินผ่านหนานซินกับขุยอี หนานซินก็เอ่ยเสียงเนิบช้าว่า “ขอวิงวอนสวรรค์ โปรดแยกแยะคนดีคนชั่ว...”
เยี่ยนตู้ถลึงตาใส่เขาอย่างดุดัน ก่อนขยับปากเป็นคำว่า ‘ไสหัวไปแต่งตัวให้เรียบร้อย!’
ครั้นเข้าไปในห้องแล้ว เยี่ยนตู้เห็นซานฉีหันมามอง ก็พลันเปลี่ยนเป็นเชื่อฟังในชั่วพริบตา อ่อนโยนไร้พิษภัย
ซานฉีผลักเขาเบาๆ “ยืนทื่ออยู่ทำไม ไปสวมรองเท้า ถุงเท้า แล้วก็เสื้อผ้าเสีย”
เยี่ยนตู้ “...”
ซานฉีตบหน้าผาก “ลืมไปว่ามือเจ้าไม่สะดวก ให้ข้าช่วยแต่งตัวเถิด”
“ไม่ต้อง!” นายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนปฏิเสธเสียงแข็ง แล้วก้าวฉับๆ เข้าไปด้านใน ใบหูของเขาแดงก่ำ ใบหน้าร้อนผ่าว
เมื่อเดินอ้อมฉากกั้นไปแล้ว เยี่ยนตู้ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เหตุใดจึงคล้ายคนหนึ่งข่มอีกคนหนึ่งได้พอดิบพอดี? เมื่อครู่เขาเพิ่งดุหนานซินกับพวกนั้น พอเข้าห้องกลับถูกนางดุเสียเองหรือ?
ใบหน้าเยี่ยนตู้แดงเรื่อเล็กน้อย เขาหยิบเสื้อคลุมตัวนอกข้างกายมาสวม ความเจ็บปวดทำให้เขาแยกเขี้ยวซี้ดปาก รู้สึกเสียใจขึ้นมานิดๆ เมื่อครู่ไม่น่าปฏิเสธความช่วยเหลือจากซานฉีเลยหรือไม่?
ซานฉีรออยู่ครู่หนึ่ง เยี่ยนตู้จึงออกมา
เสื้อผ้าสวมใส่เรียบร้อยดี ทว่ามวยผมกลับยุ่งเหยิง ซานฉีจ้องมองมวยผมที่เอียงไปเอียงมาแล้วรู้สึกขัดตาอยู่บ้าง “ข้าช่วยหวีผมให้ใหม่เถิด”
แววตาเยี่ยนตู้ไหววูบ ก่อนซานฉีจะเปลี่ยนใจ เขาก็โพล่งตอบออกไป “ได้”
ในห้องของเยี่ยนตู้ย่อมไม่มีสิ่งของอย่างคันฉ่อง เขานั่งบนเก้าอี้ ส่วนซานฉียืนอยู่ด้านหลัง หวีผมให้เขา
ปลายนิ้วของหญิงสาวสางผ่านเส้นผมของเขาอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล ทำให้รู้สึกคันยุบยิบ
เขานั่งหลังตรง มือที่วางอยู่บนตักเผลอกำแน่นจนขยำผ้าแพรยับยู่ยี่
ซานฉีที่อยู่ด้านหลังก็ประหม่าไม่น้อย นางทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง
นางหวีมวยผมบุรุษไม่เป็นนี่นา
