คืนนั้นลมแรง หิมะโหมกระหน่ำ
เงาร่างหนึ่งลอบปีนกำแพงเข้าจวนเว่ยในความมืด แสงไฟในห้องหนังสือของเว่ยจัวยังสว่างอยู่ เงาร่างนั้นหยุดลงข้างหน้าต่าง ก่อนเคาะเบา ๆ ผู้มาเยือนคือเว่ยเหยียนที่จากไปด้วยความขุ่นเคืองเมื่อกลางวัน น้ำเสียงยังคงกระอักกระอ่วนเช่นเดิม
“เอ่อ... ข้าไม่ได้เป็นห่วงเจ้าเสียหน่อย เพียงนึกขึ้นได้ว่าลืมของไว้ที่นี่ เลยแวะมาหยิบไปเท่านั้น”
เขาวางขวดยาห้ามเลือดไว้บนขอบหน้าต่าง “นี่ก็ไม่ใช่ว่าตั้งใจเอามาให้เจ้า บิดาข้าได้มาจากหมอหลวงมากเกินไปพอดี ข้าจึงเอามาให้เจ้า...”
ภายในห้องไร้ปฏิกิริยา
เว่ยเหยียนขมวดคิ้ว “เว่ยจัว? น้องสาม? ...น้องสาม?”
เอี๊ยด—
เว่ยเหยียนผลักหน้าต่างเปิด พาดตัวครึ่งหนึ่งเข้าไป กวาดตามองซ้ายขวา ทว่ากลับไม่พบผู้ใดแม้แต่เงา!
แต่ด้านหลังเขากลับมีคนสองคนโผล่มาอย่างกะทันหัน ขนาบจับตัวเขาไว้คนละข้าง
“พวกเจ้าทำอะไร?” เว่ยเหยียนจำคนทั้งสองได้ พวกเขาคือมือสังหารที่เว่ยจัวเลี้ยงไว้
“นายท่านมีคำสั่ง หากคุณชายใหญ่มา ขอให้คุณชายใหญ่พักค้างคืนที่จวนเว่ย”
จู่ ๆ เว่ยเหยียนก็รู้สึกถึงลางร้ายอย่างรุนแรง เรื่องที่เว่ยจัวเลี้ยงมือสังหารไว้ มีเพียงเขาเท่านั้นในจวนกั๋วกงอู่ที่รู้ หากมิใช่เกิดเรื่องใหญ่ เว่ยจัวคงไม่เรียกใช้คนเหล่านี้ง่าย ๆ!
แต่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้เล่า?
เว่ยเหยียนนึกถึงความผิดปกติของเว่ยจัวในช่วงนี้ หัวใจก็เต้นรัวขึ้นมา เขาพลันนึกถึงปีที่ป้าสะใภ้ใหญ่เสียชีวิต...
ปีนั้นเว่ยจัวพ่ายแพ้ให้เยี่ยนตู้ ทั้งยังถูกอีกฝ่ายจับห้อยหัวบนต้นไม้ตลอดคืน
ต่อมาเมื่อข่าวเยี่ยนตู้แอบไปเป็นทหารแพร่มาถึงเมืองหลวง เว่ยจัวก็ไม่ยอมแพ้ เลียนแบบอีกฝ่ายแอบหนีไปหมายสร้างชื่อในสนามรบ ในฐานะลูกพี่ลูกน้อง เว่ยเหยียนไม่เพียงไม่ห้ามปราม ยังร่วมก่อเรื่องไปกับเว่ยจัวด้วย
เขากับเว่ยจัวเดินทางลงใต้ ปราบโจรน้ำและโจรสลัดญี่ปุ่น สร้างความชอบทางการทหารไว้ได้
เว่ยเหยียนจดจำวันนั้นได้ไม่มีวันลืม เว่ยจัวกับเขาควบม้ากลับเมืองหลวงอย่างเร่งร้อน ระหว่างทางเว่ยจัวพูดด้วยความยินดีตลอดว่าจะใช้ความชอบทางการทหารแลกบรรดาศักดิ์ให้ป้าสะใภ้ใหญ่
