ชั่วชีวิตนี้เว่ยจัวไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งตนจะตกอยู่ในเงื้อมมือของ ‘โจรชายหญิง’ สองคน ประหนึ่ง ‘บุรุษผู้รักสงวนตัว’!
รถม้ามิได้มุ่งหน้าไปยังจวนกั๋วกงอู่ หากแต่จอดลงหน้าบ้านหลังหนึ่งสามลานในตรอกเทียนซิงทางใต้ของเมือง
นี่คือบ้านส่วนตัวของเว่ยจัว หลายปีก่อนเขาก็ย้ายออกจากจวนกั๋วกงอู่ไปพำนัก ณ จวนอีกแห่งแล้ว
ในจวนเว่ยไม่มีบ่าวคอยรับใช้มากนัก เยี่ยนตู้แบกเว่ยจัวเดินฉับ ๆ เข้าไป ซานฉีเดินนำทางอยู่ข้างหน้า “ทางนี้ ๆ ข้าคิดดูก่อน อืม ห้องหนังสือของเขาอยู่ตรงนี้”
ทั้งสองราวกับโจรบุกปล้นบ้าน เดินเข้ามาในเรือนของผู้อื่นอย่างกับเป็นสวนหลังบ้านของตน เยี่ยนตู้โยนเว่ยจัวลงบนเก้าอี้ ซานฉีดึงยันต์ออกจากท้ายทอยของเขา ในที่สุดเว่ยจัวก็พูดได้
“คนคุ้มกันในจวนข้าเล่า?”
แม้ในจวนจะมีบ่าวไม่มาก แต่ทั้งที่แจ้งและที่ลับล้วนมีคนคอยเฝ้าอยู่ ไม่มีทางปล่อยให้เยี่ยนตู้กับซานฉีเดินอวดโฉมไปทั่วเช่นนี้
“การลงไม้ลงมือรังแต่จะทำลายไมตรี ข้าจึงใช้วิธีพิเศษไปสักหน่อย” ซานฉีเดินมาหาเขา “หากท่านรับปากว่าจะไม่ขยับมั่วซั่วจนแผลปริ ข้าก็จะดึงยันต์ตรึงกายแผ่นนี้ออก ท่านผู้บัญชาการเว่ยเห็นเป็นอย่างไร?”
เว่ยจัวหัวเราะเย็นชา “ข้าไม่รับปากแล้วจะทำอะไรได้?”
ซานฉีพยักหน้าแล้วดึงยันต์ออก
ชั่วขณะที่เว่ยจัวกลับมาเป็นอิสระ เขาคิดจะลุกขึ้นทำร้ายคนจริง ๆ แต่สุดท้ายก็อดกลั้นไว้ ขยับคอกับข้อมือเล็กน้อย พลันมีแววประหลาดวาบผ่านดวงตาขณะหลุบตาลง
ไม่รู้ว่าจวิ้นจู่หมิงฮวาผู้นี้... อ้อ บัดนี้ควรเรียกว่าซิงกั๋วจวิ้นจู่แล้ว ให้อะไรแก่เขา เว่ยจัวรู้สึกได้ชัดว่าร่างกายเบาสบายขึ้นมาก
“บัดนี้บอกเจตนาของพวกเจ้าได้หรือยัง?”
“ไม่ต้องรีบร้อน รอก่อน” ซานฉีนั่งลงข้าง ๆ แล้วมองไปนอกประตู
เว่ยจัวขมวดคิ้ว ตวัดสายตาเย็นชาไปยังเยี่ยนตู้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนถามเสียงต่ำ “เยี่ยนตู้ พวกเจ้ากำลังเล่นกลอะไรกันแน่?”
