เยี่ยนตู้ยังคงนอนคว่ำอยู่ เขากลับไปยังเรือนของตนเอง หนานซินเข้าไปช่วยทายาให้
แรกเริ่มเยี่ยนตู้ยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แม่ทัพหนุ่มเอ่ยปากว่าเป็นเพียงบาดแผลภายนอกเล็กน้อย ครั้นได้ยินว่ายานั้นนางเป็นผู้ปรุงด้วยตนเอง น้ำเสียงก็เปลี่ยนไปทันที เขาไม่ยอมให้หมอทหารตรวจดูอย่างละเอียดด้วยซ้ำ เพียงให้หนานซินทายาให้ตน
ความเชื่อใจของเขาทำให้ซานฉีถึงกับพูดไม่ออก
นางพลันอยากเตือนแม่ทัพหนุ่มสกุลเยี่ยนว่า จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง อย่าได้เชื่อใจผู้อื่นง่ายดายนัก
แต่พอคิดอีกที ‘คนตายทั้งเป็น’ ที่ถูกครอบครัวซึ่งอ้างว่าเป็นญาติขูดรีดจนถึงกระดูกอย่างนาง ดูท่าจะไม่มีสิทธิ์ไปเตือนใครกระมัง
เยี่ยนตู้ยังเยาว์วัยก็สร้างผลงานศึกอันโดดเด่นแล้ว เขาจะเป็นคนไร้ความคิดได้อย่างไร
ถ้าเช่นนั้น…เหตุใดเขาถึงเชื่อใจนางกันเล่า
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด หนานซินก็ออกมาเชิญซานฉีเข้าไปด้านใน เขากล่าวชื่นชมไม่ขาดปากว่า “จวิ้นจู่ ยาของท่านมหัศจรรย์ยิ่งนัก! บั้นท้ายท่านแม่ทัพเลือดไหลไม่หยุด พอโรยยาของท่านลงไป เลือดก็หยุดทันที…”
“หนาน…ซิน!” เสียงเย็นชาของแม่ทัพหนุ่มดังมาจากหลังฉากกั้น แฝงแววขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ราง ๆ
หนานซินหัวเราะแหะ ๆ แล้วหุบปาก ก่อนผายมือเชิญซานฉี
เมื่อซานฉีเข้าไป ก็เห็นเยี่ยนตู้สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เรื่องถูกลงโทษด้วยไม้กระบองแพร่งพรายออกไป เขาจึงไม่คิดปิดบังอีก นอนตะแคงอยู่บนตั่ง
อาภรณ์แดงคลุมด้วยเสื้อคลุมสีดำ คาดหยกและสวมมงกุฎทอง ดูราวกับหยกเย็นที่ถูกโหมอยู่ในกองเพลิง เมื่อปราศจากเกราะศึกที่ทำให้ดูเข้าถึงยาก ยามนี้กลับชวนให้นึกถึงอีกฐานะของเขา—หลานชายแท้ ๆ ของฮองเฮา ทายาทผู้โดดเด่นแห่งตระกูลเยี่ยนผู้พิทักษ์แคว้น เป็นเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์อย่างแท้จริง
แม่ทัพหนุ่มช่างรูปงามยิ่งนัก ทว่าซานฉีไม่ได้พินิจใบหน้าเขามากนัก นางแทบไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเสื้อผ้าของเยี่ยนตู้มีสิ่งใดผิดแผกไป
