ยามนายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนจากไป สีหน้าของเขาทั้งคล้ำทั้งแดง เปลี่ยนสีอยู่ไม่หยุด
ครั้นฮองเฮาเยี่ยนร่วมเสวยมื้อกลางวันกับจักรพรรดิหวย ก็ได้ยินเรื่องนี้เข้า เมื่อทราบว่าจักรพรรดิหวยคิดจะพระราชทานสมรสให้เด็กทั้งสอง นางก็รู้ทันทีว่าท่าไม่ดีแล้ว
“ฝ่าบาทจะพระราชทานสมรสจริงหรือเพคะ?”
“เราก็อยากจับคู่ยวนยางให้พวกเขาอยู่หรอก แต่เจ้าหนุ่มนั่นกลับไม่ยอม” จักรพรรดิหวยแค่นเสียง “คอยดูก็แล้วกัน ครานี้เป็นเขาปฏิเสธสมรส หากภายหน้าสำนึกเสียใจแล้วมาร้องขอ เราก็จะเป็นคนแรกที่ไม่ยอม!”
ฮองเฮาเยี่ยน “……”
นางแน่ใจแล้วว่า จักรพรรดิหวยจงใจขุดหลุมดักเจ้าตัวแสบของตน!
ช่างเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเสียจริง ก็แค่เด็กสาวไม่แกะป้ายไม้มะเกลือให้เขาเท่านั้นเอง เป็นถึงประมุขแคว้นแท้ ๆ กลับใจแคบนัก
ฮองเฮาเยี่ยนมองออกแต่ไม่พูด “เรื่องราชกิจ หม่อมฉันไม่สะดวกก้าวก่ายมากนัก แต่ครั้งนี้เสี่ยวชีพ้นภัยมาได้ ล้วนเป็นเพราะหมิงฮวาจวิ้นจู่กับเสี่ยวจิ่ว ฝ่าบาทควรพระราชทานรางวัลตามความชอบ”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น ต่อให้ไม่มีเรื่องเสี่ยวชี เพียงเรื่องอำเภอเซวี่ย เราก็ต้องมอบรางวัลก้อนโตให้พวกเขา!”
เพียงแต่เรื่องอำเภอเซวี่ยโหดร้ายเกินทน แม้จะเพิ่มรางวัลให้เยี่ยนตู้กับซานฉี ก็ไม่เหมาะจะกระทำในเวลานี้
“หลวนหลวนวางใจเถิด รางวัลที่เราจะมอบให้เด็กสาวผู้นั้น เราตัดสินใจไว้แล้ว” จักรพรรดิหวยยิ้มอย่างมีเลศนัย “รับรองว่าต้องส่งไปถึง ‘ก้นบึ้งหัวใจ’ ของเจ้าตัวแสบนั่นแน่!”
ฮองเฮาเยี่ยนรู้สึกว่าคำพูดนี้ชวนประหลาด รางวัลของซานฉี เหตุใดต้องส่งไปถึงก้นบึ้งหัวใจของเยี่ยนตู้ด้วย?
หรือจะตั้งใจแทงใจเจ้าตัวแสบผู้นั้นกันแน่?
ฮองเฮาเยี่ยนลอบถอนใจ เหล่าขุนนางรู้หรือไม่ว่าฝ่าบาทของพวกเขาบางครั้งก็ ‘ไร้เดียงสา’ เพียงใด ทั้งใจแคบ ทั้งเอาแต่ใจ แถมยังเจ้าคิดเจ้าแค้น…
บางคราฮองเฮาเยี่ยนก็จนปัญญาจริง ๆ…
“ฝ่าบาทจะไม่เอาความเด็กทั้งสองที่บังอาจหลอกลวงเบื้องสูงแล้วหรือเพคะ?”
“หากเราจะเอาความ ก็ควรเอาความเจ้าก่อนมิใช่หรือ” จักรพรรดิหวยชี้นิ้วไปทางฮองเฮาเยี่ยน “หลวนหลวน เจ้ารู้แต่แรกแล้วใช่หรือไม่ว่าเด็กสาวผู้นั้นไม่ธรรมดา ปิดบังเรา ปล่อยให้เราขายหน้า!”
