เยี่ยนตู้กลับมาแล้ว
สวี่ฉางหลิวกับองค์หญิงเจ็ดต่างพากันล่าถอยอย่างหมดสภาพ เอ่ยคำลาแล้วจากไป ไม่กล้าอยู่ต่อเลย ท่านอาชายคนเล็ก (จอมมารตัวฉกาจ) แทบจะเขียนคำว่า ‘ฆ่าคน’ ไว้บนใบหน้าอยู่แล้ว
ยามใกล้ถึงประตูจวน ทั้งสองยังคงกล่าวโทษกันไปมา
“มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าท่านอาชายคนเล็กไม่อยากให้พี่ซานฉีจากไป คราวนี้เป็นอย่างไรเล่า รอถูกท่านอาชายคนเล็กผูกใจเจ็บได้เลย”
“เขากล้ารึ! หากเขาคิดแก้แค้นข้า ข้าจะไปฟ้องพี่หญิง!” องค์หญิงเจ็ดข่มขวัญผู้อื่นด้วยท่าทีแข็งกร้าว ทว่าภายในกลับหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด “เขาคงไม่จับข้าแขวนแล้วเฆี่ยนอีกกระมัง ข้าปักปิ่นแล้ว หากยังถูกเขาจับแขวนแล้วเฆี่ยนอีก ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด...”
สวี่ฉางหลิวลอบคิดในใจ เจ้ารู้ว่าเขามือหนักเพียงใด แล้วจะไปยั่วโมโหเขาเพื่อเหตุใด?
“แต่ว่า เจ้าไม่รู้สึกหรือว่าช่วงนี้ท่านอาชายคนเล็กดูแปลกไป เขามองแล้วคล้ายกับอ่อนวัยลง?”
“พูดจาเหลวไหลอะไร จอมมารตัวฉกาจยังไม่ทันสวมกวานเลย เขาย่อมไม่แก่เป็นธรรมดา...”
สวี่ฉางหลิวโบกมือ “เจ้าไม่เข้าใจหรอก”
เมื่อก่อนท่านอาชายคนเล็กมักสวมชุดดำทั้งตัว ไม่รู้เริ่มตั้งแต่เมื่อใดที่เขาเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าหลากสี ทั้งยังเปลี่ยนเครื่องประดับผมอีกด้วย หางม้าสูงที่มัดไว้นั่นดูไม่สุขุมแม้แต่น้อย ไหนเลยจะเหมือนแม่ทัพใหญ่? มองแล้วดูเป็นเด็กหนุ่มหัวรั้นยิ่งกว่าเขาเสียอีก!
นายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนผู้ไม่ค่อยสุขุมเองก็มีจิตใจไม่สงบเช่นกัน
หากกล่าวตามใจจริง เขาไม่อยากให้ซานฉีย้ายออก แต่ราชโองการก็ลงมาแล้ว หากไม่ย้าย เกรงว่าจะไม่ได้
เขาไม่เต็มใจ จึงถ่วงเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่คิดเลยว่าองค์หญิงเจ็ดสหายร่วมทางผู้แสนโง่เขลาจะหักหลัง ทั้งยังลากเอาคำโกหกที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ออกมาอีก
