ซานฉีกับเยี่ยนตู้คืนดีกันแล้ว ทุกคนในจวนแม่ทัพรู้สึกราวกับฟ้าหลังฝน
แม้แม่ทัพหนุ่มสกุลเยี่ยนจะขุ่นเคืองได้ไม่ถึงสิบสองชั่วยาม ทว่าครานั้นเขากลับ ‘ริษยา’ ทุกคนที่ได้รับป้ายขับไล่สิ่งชั่วร้ายอย่างเท่าเทียมกันนี่สิ~
สำหรับผู้อื่นแล้ว นับเป็นเรื่องน่ายินดีทั่วหน้า
แต่สำหรับคนตระกูลอี้ว์ โลกทั้งใบกลับคล้ายมีเพียงพวกเขาครอบครัวเดียวที่กำลังเผชิญทุกข์เข็ญ
หลิวฮูหยินตอบรับ ‘พร’ ที่ซานฉีมอบให้ แม้ต้องถูกโบย ทั้งยังต้องคุกเข่าคำนับทุกสามก้าวรอบเมืองท่ามกลางหิมะหนัก นางก็ยังอดทนเอาชีวิตรอดมาได้
นางยื้อชีวิตไว้ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย ไม่ยอมตายเสียที นอนเป็นผักอยู่บนเตียงดุจคนไร้ค่า ไข้สูงจนปวดร้าวไปทั้งร่าง แผ่นหลังที่ถูกตีจนเละก็เป็นหนองเน่าเปื่อย ทว่านางกลับยังไม่ตาย นอกจากพูดไม่ได้แล้ว ยิ่งเจ็บปวดเท่าใด นางก็ยิ่งมีสติแจ่มชัด...
นางได้ยินชัดเจนว่าสามีกับบุตรชายกล่าวโทษ ตำหนิ และชิงชังนางอย่างไร!
นางได้ยินอี้ว์จิงด่านางซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสมควรตาย เหตุใดยังไม่รีบไปตายเสีย! เหตุใดถูกทำถึงเพียงนี้แล้วยังไม่ตาย!
ราวกับเป็นวัฏจักรแห่งสวรรค์
คราก่อน คนที่อี้ว์จิงเฝ้ารอให้ตายโดยเร็วคือซานฉี ยามนั้นนางเองก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมด่าทอ...
กรรมตามสนอง!
เป็นกรรมตามสนองจริง ๆ!!
นอกเรือน เสียงทะเลาะวิวาทพลันปะทุขึ้นอีกครั้ง
“ถึงยามนี้แล้ว เจ้ายังจะไปอีกหรือ?!” อี้ว์มิ้นอู่ตาแดงก่ำ “เจ้าคิดจะโยนเรื่องยุ่งยากทั้งหมดให้ข้ารับมือคนเดียวหรือ? เป็นพี่ใหญ่ประสาอะไร!”
สีหน้าอี้ว์มิ้นเหวินเองก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน “เรียกว่าโยนเรื่องยุ่งยากให้เจ้ารับมือได้อย่างไร? เจ้าไม่ใช่บุตรชายตระกูลอี้ว์หรือ? ไม่ควรดูแลมารดาหรือ?”
“เส้นทางรับราชการของท่านพ่อเห็นทีจะสิ้นหวังแล้ว โชคดีที่ฝ่าบาทยังมิได้มีรับสั่งตัดเส้นทางสอบขุนนางของข้า ยามนี้ข้าจำต้องกลับสำนักศึกษาหลวงกั๋วจื่อเจี้ยน ขอเพียงปีหน้าข้าสอบผ่านการสอบฤดูใบไม้ผลิ ครอบครัวเราก็ยังมีทางรอดอยู่บ้าง ข้าทำเพื่อส่วนรวม!”
