เมืองหลวง, จวนองค์หญิง
หลังเรื่องขององค์หญิงเจ็ดกับอวิ๋นเซียงแพร่กลับไปถึงวังหลวง ฮองเฮาเยี่ยนกับจักรพรรดิหวยต่างมุ่งหน้าไปยังจวนองค์หญิงทันที
เหล่าภูตหนังมนุษย์ที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ในค่ายกลกักมาร ทำให้ทุกคนที่ติดตามฮองเฮาและจักรพรรดิมาต่างตื่นตะลึง เมื่อแม่นมหลันเยว่เล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด ทุกคนก็รู้สึกราวกับตกอยู่ในฝันร้าย
ฮองเฮาเยี่ยนแทบอยากฉีกเนื้ออวิ๋นเซียงออกเป็นชิ้น ๆ เสียเดี๋ยวนั้น
เมื่อได้ยินว่าเยี่ยนตู้กับซานฉีและคนอื่น ๆ อาศัยเส้นทางหยินหยางมุ่งหน้าไปยังอำเภอเซวี่ย จักรพรรดิหวยก็เอ่ยถามอย่างคลางแคลงเป็นคนแรกว่า “อาศัยเส้นทางหยินหยางหรือ? เด็กสาวผู้นั้นมีความสามารถถึงเพียงนั้นเชียว?”
เมื่อครั้งเยี่ยนตู้ยังเยาว์ วิญญาณหลุดออกจากร่าง นักพรตอวิ๋นเฮ่อเคยเข้าไปตามหาวิญญาณในเส้นทางหยินหยาง ทว่าครั้งนั้นนักพรตอวิ๋นเฮ่อเกือบเอาชีวิตไม่รอด!
จักรพรรดิหวยคาดเดามานานแล้วว่าซานฉีมีฝีมืออยู่บ้าง แต่หากจะให้พระองค์เชื่อว่านางเก่งกาจเพียงใด หากไม่เห็นกับตาก็ยากจะเชื่อได้จริง ๆ
ทว่าเมื่อแม่นมหลันเยว่และคนอื่น ๆ เอ่ยถึงซานฉี สีหน้าเปี่ยมศรัทธาของพวกเขาก็มิใช่สิ่งที่เสแสร้งได้
แม้แต่ท่าทีของฮองเฮาเยี่ยนก็คล้ายคว้าฟางช่วยชีวิตเอาไว้
ถึงกระนั้น เมื่อเวลาผ่านไป ใจของทุกคนกลับยิ่งกระวนกระวาย
จักรพรรดิหวยยังคงไม่วางพระทัย จึงส่งกององครักษ์นครหลวงควบม้าไปยังอำเภอเซวี่ยอย่างเร่งด่วน ทั้งยังส่งสารด้วยพิราบไปยังตำหนักพักตากอากาศหนานซาน
ฮองเฮาและจักรพรรดิร้อนพระทัย รออยู่ในจวนองค์หญิงทั้งวันทั้งคืน จนเกือบรุ่งสางของวันถัดมา จักรพรรดิหวยจึงเสด็จกลับวังด้วยดวงตาแดงก่ำ พระองค์เป็นประมุขแคว้น แม้สถานการณ์ยามนี้จะเป็นเช่นไร ก็ไม่อาจละทิ้งราชกิจได้
