ภายในรถม้า ซานฉีได้ยินเสียงแหลมสูงดังมาจากด้านนอก “ซิงกั๋วจวิ้นจู่ องค์ชายห้าเชิญท่าน”
องค์ชายห้าหรือ?
แววตาของซานฉีไหววูบ นางรู้เรื่องราชวงศ์ไม่มากนัก
รู้เพียงว่าฮองเฮาเยี่ยนมีพระโอรสสองพระองค์และพระธิดาหนึ่งพระองค์ ได้แก่ องค์รัชทายาท องค์ชายห้า และองค์หญิงเจ็ด
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา องค์ชายและองค์หญิงหลายพระองค์ต่างส่งเทียบเชิญกับของกำนัลมาให้ ทว่าซานฉีปฏิเสธไปทั้งหมด ครานี้องค์ชายห้าถึงกับมาหานางด้วยตนเอง ต่อให้เห็นแก่หน้าฮองเฮาเยี่ยน ซานฉีก็ยากจะปฏิเสธอีก
ซานฉีลงจากรถม้า มองชายวัยกลางคนผู้มีท่าทางเป็นขันทีที่ยืนอยู่หน้าสุด “รบกวนท่านนำทางด้วย”
อีกฝ่ายมีสีหน้าสุภาพ ยกมือเชื้อเชิญ ซานฉีส่งสัญญาณให้ขุยอีตามมา ขุยอีเดินตามหลังนางติด ๆ พลางเตือนเสียงเบา “จวิ้นจู่ ไม่ว่าองค์ชายห้าจะร้องขอสิ่งใด อย่าได้ตอบตกลงเป็นอันขาด”
ซานฉีพยักหน้า บ่งบอกว่ารู้แก่ใจ
ไม่นานนัก ซานฉีก็เข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าเซียงหม่านโหลว ทันทีที่ก้าวเข้าไป นางก็ขมวดคิ้ว
โต๊ะทุกตัวในโถงชั้นหนึ่งมีหม้อทองแดงตั้งอยู่เต็มไปหมด เหล่าผู้กินกำลังลวกเนื้อกันอยู่ ทว่าเนื้อนั่น...ซานฉีเพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นเนื้อสุนัข!
เนื้อสุนัขมีอีกชื่อว่า ‘เนื้อหอม’ กิจการของเซียงหม่านโหลวคือขายเนื้อสุนัข
ซานฉีก้มตาลง ก่อนขึ้นไปยังห้องส่วนตัวชั้นบน ขันทีชราผู้นั้นผลักประตูออกแล้วกล่าวว่า “เชิญ”
ซานฉีก้าวเข้าไป ทว่าขุยอีกลับถูกขวางไว้ด้านนอก ซานฉีกล่าวว่า “ไม่เป็นไร”
หลังประตูปิดลง องครักษ์สองคนก็ยกม่านลูกปัดขึ้น เมื่อซานฉีเดินเข้าไป นางเห็นหม้อทองแดงเดือดปุด ๆ ก่อนจะเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่คล้ายเยี่ยนตู้หลายส่วนอยู่หลังไอหมอก
