ซานฉีกับเยี่ยนตู้ยังไม่ทันออกจากจวนติ้งเป่ยโหว ก็ถูกเรียกตัวไว้เสียก่อน
“ช้าก่อน! ช้าก่อน! รอข้าด้วย!”
“จวิ้นจู่หมิงฮวา! ท่านน้าชายเล็ก!!” สวี่ฉางหลิวพาบ่าววิ่งตามมาอย่างเร่งร้อน พลางบ่นใส่เยี่ยนตู้ว่า
“จวนโหวของเรากินคนหรือไร ท่านน้าชายเล็กถึงได้รีบร้อนพาจวิ้นจู่หมิงฮวาไปเช่นนี้?”
กล่าวจบ เขาก็ประสานมือให้ซานฉีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ข้าน้อยสวี่ฉางหลิว ขอบคุณจวิ้นจู่ที่มอบยาลูกกลอนฉางอันให้ ช่วยให้ท่านย่าพ้นจากความทุกข์ทรมานเพราะโรคไอ”
“ท่านย่าของข้าซาบซึ้งในน้ำใจของจวิ้นจู่ยิ่งนัก จึงอยากเชิญจวิ้นจู่ไปพบสักครา”
ครู่ต่อมา ซานฉีก็ตามสวี่ฉางหลิวไปพบท่านผู้เฒ่าสวี่
ท่านผู้เฒ่าดูเป็นหญิงชราที่องอาจคล่องแคล่ว ไม่ถือธรรมเนียมมากนัก พอเห็นซานฉีก็จูงมือนางไว้ ตบเบา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “สาวน้อยช่างงามนัก เรื่องที่สวนเหมย ข้าแก่ได้ยินมาหมดแล้ว เจ้านี่ถูกใจข้ายิ่งนัก!”
“ยังต้องขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่ช่วยเหลือ” ซานฉีสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีที่หญิงชรามีต่อตน นอกจากนั้น ยังเห็นแสงสีทองจาง ๆ แผ่รอบกายหญิงชรา
นั่นคือแสงบุญกุศลสีทอง ภายในแสงนั้นแฝงไอเข่นฆ่าริ้วหนึ่ง
แต่ที่น่าประหลาดคือ แม้หญิงชราจะดูแข็งแรงนัก ซานฉีกลับ ‘เห็น’ รอยร้าวในใจของนาง มีไอเศร้าจาง ๆ แผ่ซ่านออกมา
แววตาซานฉีไหววูบ นางเอ่ยเสียงเบาว่า “ยามท่านผู้เฒ่ายังสาว คงทำความดีไว้มากมาย จึงมีบุญกุศลติดกาย”
ท่านผู้เฒ่าสวี่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเสียงดัง “ข้าทำความดีไว้ไม่มากนัก แต่ตอนสาว ๆ เคยติดตามสามีออกรบ สังหารพวกเถื่อนแดนใต้ไปไม่น้อย!”
“ส่วนเรื่องบุญวาสนา หากมีจริงก็คงดี...”
