เรื่องอำเภอเซวี่ยก่อให้เกิดกระแสฮือฮาไปทั่วทั้งราชสำนักและหมู่ประชาชน
ชาวบ้านโกรธแค้นจนแทบระงับไม่อยู่ หากจักรพรรดิหวยมิได้มีพระบัญชาว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ทั้งยังจะประกาศความผิดของฉู่ซ่านอี๋ให้คนทั้งใต้หล้ารับรู้ และออกพระราชโองการตำหนิตนเอง เกรงว่าความคับแค้นของราษฎรระลอกนี้คงกดข่มไว้ไม่อยู่!
เมื่อความผิดของฉู่ซ่านอี๋ถูกเปิดโปงทีละเรื่อง เรื่องที่มีคนช่วยปกปิดความผิดของนางย่อมปิดบังต่อไปไม่ไหวเช่นกัน
เป้าของคำกล่าวหาชี้ไปยังไทเฮาตามคาด ฉู่ซ่านอี๋ก่อเหตุทำร้ายผู้คนมากมายต่อหน้าต่อตาไทเฮา แล้วไทเฮาจะไม่ทรงทราบจริงหรือ?
ย่อมมีขุนนางออกมายืนกล่าวแทนไทเฮา สถานการณ์เป็นดังที่ซานฉีคาดไว้จริง ๆ ย่อมมีคนบางพวกที่เอาแต่แสวงหาผลประโยชน์ ไม่คิดทำเพื่อประชาชน กลับคิดเพียงว่าจะฉวยโอกาสนี้แบ่งพรรคแบ่งพวกและยุยงให้เยี่ยนตู้กับราชวงศ์แตกคอกันอย่างไร
พวกเขากล่าวหาว่าเยี่ยนตู้ไม่เห็นแก่หน้าราชวงศ์ ทั้งยังไม่คำนึงถึงพระคุณที่ราชวงศ์ชุบเลี้ยง นับเป็นคนไร้หัวใจไร้คุณธรรม!
คำกล่าวโจมตีเยี่ยนตู้ในราชสำนักยังไม่ทันสงบ เรื่องที่ซานฉีให้คนจัดพิธีศพแก่ชาวอำเภอเซวี่ยก็แพร่สะพัดไปทั่วเมือง โลงศพนับพันใบเดินทางออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าไปยังอำเภอเซวี่ย
ขณะที่ชาวบ้านต่างกล่าวชื่นชม ประโยคที่ว่า ‘ผู้ใดปกป้องคนก่อกรรม ย่อมต้องรับผลกรรมสนอง’ ก็ไม่รู้แพร่ไปทั่วตรอกซอกซอยได้อย่างไร
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา เหล่านักเล่านิทานในโรงสุราทั่วเมืองหลวงต่างพากันเล่าเรื่องราว บทที่เล่าก็คือเรื่องของพระนางสระโลหิตกับชาวอำเภอเซวี่ย
แม้ความผิดของฉู่ซ่านอี๋จะถูกประกาศออกมาแล้ว แต่เรื่องที่นางสังหารชาวอำเภอเซวี่ย ทางราชสำนักมิได้ระบุว่าใช้ ‘วิชาปีศาจ’ อย่างไรเสียเรื่องภูตผีเทพเซียนก็ชวนให้ผู้คนหวาดหวั่นเกินไป
ทว่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊ต่างรู้แก่ใจ แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อก็ตาม
แต่เหตุการณ์ต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นทำให้เหล่าขุนนางไม่อาจไม่เชื่อ
