ซานฉีเผลอถูปลายนิ้วไปมา ก่อนถามถึงเรื่องสำคัญว่า “ทางฝ่าบาทมีท่าทีอย่างไร จะลงโทษเจ้าโบยหรือไม่?”
“ให้ปิดประตูสำนึกตน รอรับโทษ” เยี่ยนตู้ยิ้มบาง ๆ “ก็ดีเหมือนกัน จะได้หลบไปอยู่เงียบ ๆ”
ซานฉีพยักหน้า แล้วกล่าวว่า
“แต่ปีใหม่นี้ ดูท่าบางคนคงไม่มีทางผ่านไปอย่างสงบแล้ว”
แววสังหารจาง ๆ ปรากฏในดวงตาของเยี่ยนตู้ “ใช้เลือดขุนนางฉ้อฉลเซ่นไหว้เทพบวงสรวงฟ้า ย่อมจริงใจกว่าการฆ่าสัตว์เป็นไหน ๆ มิใช่หรือ?”
“ดูท่าเรื่องเงินชิงฝูจะไม่ได้เกี่ยวพันแค่การแย่งชิงอำนาจระหว่างองค์ชายสินะ?”
เยี่ยนตู้พยักหน้า แล้วเล่าสถานการณ์ให้นางฟังโดยละเอียด
“แรกเริ่มข้าก็สงสัยว่าองค์ชายสามวางแผนคิดเล่นงานองค์ชายห้า แต่พอไตร่ตรองให้ดี กลับรู้สึกว่าเขาร้อนรนเกินไป การที่เขาเร่งรีบหาเงินถึงเพียงนี้ คงเพราะประสบเรื่องเร่งด่วนบางอย่าง จำเป็นต้องใช้เงินแก้ไข”
“ข้าส่งคนไปตรวจสอบกิจการในนามของเขาแล้ว ไม่พบว่ารายจ่ายเกินรายรับ ทว่าช่วงใกล้สิ้นปีนี้ การโยกย้ายเงินกลับคล่องแคล่วผิดปกติ”
“เสด็จป้าก็ส่งคนไปตรวจสอบเฝิงเจี๋ยอวี๋ พบว่านางติดต่อทางจดหมายกับทางเจียงหนานถี่เกินไป”
“ยิ่งไปกว่านั้น หลายปีมานี้เฝิงเจี๋ยอวี๋ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในวัง เครื่องใช้ที่นางครอบครองล้วนหรูหราเกินกว่าฐานะของนางจะรับไหว”
ดวงตาซานฉีเป็นประกาย “เพราะฉะนั้นเจ้าจึงนึกถึงท่านลุงขององค์ชายสามที่เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลเส้นทางเกลือแห่งเจียงหนานสินะ? แล้วร่วมมือกับฮองเฮาและเจ้ากรมฉีวางกับดักองค์ชายสาม หยั่งเชิงด้วยการโยนหินถามทาง หลอกให้เขาร้อนใจหาเงิน แล้วจึงขุดเงินชิงฝูออกมาอุดรูรั่ว?”
เห็นเยี่ยนตู้พยักหน้า ซานฉีก็ยกนิ้วโป้งให้ “เจ้ามีเล่ห์เหลี่ยมมากมายจริง ๆ!”
เยี่ยนตู้ทั้งขำทั้งจนใจ นี่กำลังชมเขาหรือ?
เขากดมือนางลงแล้วกล่าวว่า “ต่อให้ข้ามีเล่ห์เหลี่ยมมากเพียงใด ก็ยังเทียบสายตาเฉียบคมของจวิ้นจู่ไม่ได้!”
เขากุมมือนางไว้แน่น “ครานี้ต้องขอบคุณเจ้าจริง ๆ ซานฉี”
