ซูอู๋ตู้รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย และเรียกชื่อนางว่า “หยุนเหนียง?”
นางเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมเย่ว์หลายจวีในเมืองหลินโจวนั่นเอง
หยุนเหนียงดูเหนื่อยล้าจากการเดินทาง เมื่อเห็นเขาก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน นางโค้งกายคารวะ “พ่อหนุ่มดูเหมือนเคยมาพักที่โรงเตี๊ยมข้าน้อย เหตุใดจึงเป็นท่านเจ้าสำนักของศาลาหยานอวี่เล่า?”
นางพบปะผู้คนมากหน้าหลายตาในแต่ละวัน แต่เพราะซูอู๋ตู้มีรูปลักษณ์โดดเด่นเกินใคร จึงยากที่จะลืม เพียงเห็นก็จำได้ทันที
ซูอู๋ตู้พยักหน้า “เจ้ามาหาที่นี่ได้อย่างไร?”
หยุนเหนียงเอ่ยวาจาที่เกินความคาดหมายของเขาออกมา “ข้าน้อยมาหาจ้าวเสียนเยว่ เขาอยู่ที่นี่หรือไม่?”
ครู่นั้นซูอู๋ตู้ยังนึกไม่ออกว่าทั้งสองเกี่ยวพันกันได้อย่างไร
หยุนเหนียงอธิบายว่า “ข้าน้อยถูกขายไปยังหอเซียนเมามายตั้งแต่เด็ก หลังจากนั้นก็เก็บเงินหวังไถ่ตัวออกมา แต่พวกนั้นไม่ยอมปล่อยตัว พอดีด้วยโชคชะตาข้าน้อยได้รู้จักกับจ้าวเสียนเยว่ เขาเวทนาชะตาชีวิตของข้าน้อย จึงช่วยข้าน้อยออกมาจากที่นั่น”
ซูอู๋ตู้ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้ เขาเคยนึกว่าจ้าวเสียนเยว่เป็นคนไร้ความรู้สึก เหตุใดจึงทำความดีเช่นนี้ได้?
“เขายังช่วยข้าน้อยเปิดโรงเตี๊ยมในตำแหน่งที่ดีที่สุดของเมืองหลินโจว ให้ข้าน้อยมีที่ตั้งตัว”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้หยุนเหนียงดูคล้ายเขินอายเล็กน้อย แต่ยังกล่าวต่อ “ข้าน้อยหลงรักเขา และเขาก็รับปากจะอยู่กับข้าน้อย เพียงแต่…”
นางดูเหมือนลังเลว่าควรพูดต่อหรือไม่ สุดท้ายคงเพราะใจร้อนอยากหาคน จึงเอ่ยต่อ “เพียงแต่ร่างกายข้าน้อยมีโรคบางอย่าง เขาตระเวนหาหมอให้ข้าน้อยไปทั่วก็ไม่ได้ผล ต่อมาไม่รู้อย่างไรว่าเขามีวิธีรักษาแล้ว แต่ตำรายานั้นหายาก ดังนั้นเขาจึงต้องออกเดินทางบ่อยครั้ง”
