ซูอู๋ตู้ไม่ได้ลุก เอนกายพิงราวระเบียง น้ำเสียงราบเรียบไม่ร้อนไม่เย็น "พ่อหนุ่มหู ลมอะไรหอบพัดพาท่านมาที่ศาลาหยานอวี่ถึงนี่ ไม่ให้คนมาแจ้งล่วงหน้า ข้าจะได้ออกไปต้อนรับ"
หูอาฉื่อราวกับไม่ได้ยินคำเสียดสีและท่าทีเมินเฉยในคำพูด จัดคอเสื้อที่ถูกคมมีดเฉือนขาดนิดหน่อย ก้าวยาว ๆ เข้ามาในศาลา คำนับซูอู๋ตู้หนึ่งครั้ง
ซูจืออีเดินตามหลังเขา ไร้สุ้มไร้เสียง หูอาฉื่อก็ไม่ได้สังเกต
"ท่านเจ้าสำนักซู ข้าบังอาจมารบกวน ต้องขออภัยจริง ๆ" หูอาฉื่อเงยหน้าขึ้น ใบหน้าวัยรุ่นเต็มไปด้วยความทุกข์ รอบตาคล้ำดำราวกับอดนอนมาหลายคืน "ข้าแอบหนีออกจากบ้าน กลัวท่านพ่อรู้ เห็นทีต้อง…ต้องเข้ามาอย่างเงียบ ๆ เลี่ยงหูเลี่ยงตาผู้คน"
ซูอู๋ตู้ทำท่าอัธยาศัยดี ผายมือเชิญ "พ่อหนุ่มหูเชิญนั่งก่อน"
หูอาฉื่อนั่งลงข้างโต๊ะหิน ซูอู๋ตู้มองเห็นว่าเสื้อผ้าเขาสกปรกมอมแมม เนื้อผ้าชั้นดีตอนนี้เปื้อนดินและเศษหญ้า ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงราวรังนก
"ไม่ทราบว่าพ่อหนุ่มหูเข้ามาได้อย่างไร จึงอเนจอนาถถึงเพียงนี้"
หูอาฉื่ออึกอัก "ข้า…ข้าเดินดูแถวนี้อยู่หลายรอบ ก็เลยเจอรูหมา…"
ซูอู๋ตู้ให้สาวใช้รินน้ำชาแล้วผลักถ้วยเข้าไปให้ ในใจคาดเดาไว้แล้ว แต่สีหน้ายังเรียบเฉยไม่ไหวติง
"ท่านอุตส่าห์เดินทางข้ามหุบเขามาถึงศาลาหยานอวี่ของข้า มีเรื่องอันใด"
หูอาฉื่อรับถ้วยชาไว้ ไม่ได้ดื่ม กลับล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ค่อยๆ หยิบภาพวาดม้วนหนึ่งออกมา คลี่วางบนโต๊ะหิน
ภาพวาดเป็นชายคนหนึ่ง คิ้วตาราวกับวาด กิริยานุ่มนวล ริมฝีปากระบายรอยยิ้มบางเบา
เห็นได้ชัดว่าเป็นชิงชิง
หูอาฉื่อมองภาพวาดนั้น ขอบตาเริ่มแดง "ท่านเจ้าสำนักซู ข้าทราบว่าเครือข่ายข่าวกรองของศาลาหยานอวี่แผ่กระจายไปทั่วหล้า ข้าอยากขอให้ท่านช่วยข้าหาคนผู้หนึ่ง"
