ออกจากโถงหลักแล้ว ซูอู๋ตู้ไม่ได้จากไปทันที
ตะวันคล้อยไปทางตะวันตกแล้ว ล่วงเลยเที่ยงวันมานาน เขากะประมาณว่าซูจืออีคงต้องหิวแน่ แม้อีกฝ่ายจะไม่ปริปากอะไรเลย
อาหารเจของวัดซ่านหยวนขึ้นชื่ออยู่บ้างในละแวกนี้ ญาติโยมสามารถมารับประทานได้ฟรี
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยกินเลย แต่ครั้งนี้เกิดอารมณ์ชั่ววูบอยากลองชิม จึงพาซูจืออีอ้อมไปยังโรงครัวหลังตำหนักด้านข้าง
ที่แจกอาหารเจมีคนต่อแถวไม่ยาวไม่สั้นนัก ทั้งสองรับชามกระเบื้องคนละใบ พระตักข้าวกล้องให้คนละถ้วย เต้าหู้ตุ๋นผักกาดขาวหนึ่งทัพพี ถั่วเหลืองซีอิ๊วกับมันเทศนึ่งอีกหนึ่งทัพพี ล้วนเป็นกับข้าวเจ้ารสอ่อน
ที่นี่ไม่มีโต๊ะด้วย ด้านนอกโรงครัวมีคนนั่งกินกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย บ้างพิงต้นไม้ บ้างนั่งบนขั้นบันไดหิน บ้างนั่งยองริมกำแพง
ซูอู๋ตู้หาหินก้อนเรียบสักหน่อยนั่งลง ซูจืออีก็ทำตามนั่งข้างเขา
ซูอู๋ตู้ชิมผักกาดขาวก่อนคำหนึ่ง จืดชืดมาก มีแค่รสเกลือ ตัวเขาไม่ค่อยมีความอยากอาหารอยู่แล้ว กินไปไม่กี่คำก็วางตะเกียบลง
เพิ่งได้ฉุกคิด เหตุที่อาหารเจขึ้นชื่อนั้น คงเพราะ… ไม่ต้องเสียเงิน
ซูจืออีกกลับไม่รู้สึกว่าไม่อร่อยเลยแม้แต่น้อย เขากินเร็วมาก ข้าวกล้องกับผักกาดขาวตุ๋นเต้าหู้ คำแล้วคำเล่า
ซูอู๋ตู้นั่งมองเขาอยู่ข้างๆ รู้สึกมีความอยากอาหารขึ้นมาบ้าง ถือว่าคนข้างกายเป็นกับแกล้ม อาหารเจชามนั้นสุดท้ายก็ฝืนกินจนหมด
ซูจืออีกินข้าวหมดชามไปนานแล้ว ก้นชามสะอาดเกลี้ยง ไม่เหลือข้าวแม้แต่เม็ดเดียว
