ซูอู๋ตู้หัวเราะน้อย ๆ แล้ววางกระดาษจดหมายลงบนโต๊ะ
“อีกสามเดือนเขาก็จะแต่งงานแล้ว กับอาจารย์ผู้สอนคนเดิมของเขาด้วย”
ซูจืออีเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “……อาจารย์ผู้สอน?”
ซูอู๋ตู้พยักหน้า น้ำเสียงแฝงความขบขัน “ไม่รู้ว่าเขาไปเกลี้ยกล่อมท่านพ่ออย่างไร ถึงยอมให้เขาเปิดเผยเรื่องที่ขัดต่อขนบถึงเพียงนี้”
ซูจืออีกลับถามอย่างเหม่อลอย “อาจารย์ผู้สอนของเขา……ก็ยินยอมหรือ?”
ซูอู๋ตู้ไม่คิดว่าเขาจะสนใจประเด็นนั้น ครุ่นคิดเล็กน้อยจึงตอบ “น่าจะเต็มใจ ตอนที่ข้าเจอเขาครั้งก่อน ก็รู้สึกว่าอาจารย์ผู้นั้นมีใจให้ศิษย์ของตนเช่นกัน”
“ที่สามารถไม่สนใจคำครหาของคนอื่นแล้วแต่งงานกับเขา อาจารย์ผู้นี้ช่างเป็นคนที่วิเศษนัก”
ซูจืออีก้มหน้าลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ซูอู๋ตู้พลันเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงตัดพ้อ ถอนหายใจ “เพียงแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรคนในใจของข้าจึงจะยอมแต่งงานกับข้าเสียที”
ซูจืออีเงยหน้าขึ้น เห็นแววตายิ้มแย้มของเขา ก็เบือนหน้าหนีไปเบา ๆ ไม่ส่งเสียง ใบหูแดงระเรื่อ
ซูอู๋ตู้ก็ไม่รีบร้อน น้ำเสียงกลับคืนสู่ปกติ “ถึงตอนนั้นร่างกายของเจ้าก็คงจะฟื้นตัวได้ที่แล้ว ข้าจะพาเจ้ากับเด็กทั้งสองไปงานแต่งงานที่เมืองหลินโจวด้วยกัน”
“……พ่ะย่ะค่ะ”
ก็ถือว่าเป็นองครักษ์ติดตามตัวละกัน ถึงเวลานั้นวรยุทธของตนก็คงฟื้นคืนกลับมาทั้งหมดแล้ว
ซูอู๋ตู้ย่อมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร
……
หลายวันหลังจากนั้น ซูจืออีฟื้นตัวเร็วมาก เขาลุกขึ้นเดินเอง มองไม่ออกว่ายังไม่สบายอยู่ ฝีเท้าหนักแน่น เอวและหลังก็เหยียดตรง ไม่มีวี่แววว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนยังนอนแน่นิ่งไร้สติอยู่บนเตียง
