ในจดหมายชิงชิงเน้นย้ำเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ บุตรสาวคนเล็กที่หูกวงเอี๋ยนเพิ่งได้มานั้น ดูเหมือนจะมีความผิดปกติอยู่บ้าง
นับดูแล้วเด็กหญิงอายุใกล้หนึ่งขวบแล้ว แต่ไม่เคยถูกอุ้มออกจากตำหนักบรรทมเลย เมื่อมีผู้มาเยือนก็บอกแต่เพียงว่าร่างกายอ่อนแอ ป่วยง่าย ถูกต้องลมไม่ได้
หูกวงเอี๋ยนรักใคร่บุตรสาว ทุกวันต้องไปเยี่ยมด้วยตนเอง เครื่องนุ่งห่มและอาหารการกินล้วนจัดหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ จัดสรรองครักษ์ฝีมือสูงเป็นสิบกว่านายไว้ดูแล แทบจะทะนุถนอมประหนึ่งองค์หญิงสูงศักดิ์เลยทีเดียว
ทว่าชิงชิงอยู่ที่บู๊ลิ้มมาหลายเดือน กลับไม่เคยเห็นหน้าเด็กหญิงคนนั้นเลยสักครั้ง แม้แต่หูอาฉื่อผู้เป็นพี่ชาย ยังไม่ค่อยได้รับอนุญาตให้ไปเยี่ยมน้องสาว
ซูอู๋ตู้เปิดจดหมายอ่านอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดตกหล่น นำกระดาษจดหมายจ่อเปลวเทียน ค่อย ๆ เผาจนมอดอย่างใจเย็น
เถ้าถ่านร่วงลงในอ่างทองเหลือง เหลือเพียงเศษผง
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ครุ่นคิดว่าเด็กคนนี้จะมีความลับอะไรซ่อนอยู่
หากร่างกายอ่อนแอป่วยง่ายจริง เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินว่าเชิญหมอมาเลย เพียงแค่บู๊ลิ้มกระจายข่าวออกไป เกรงว่าจะมีหมอฝีมือดีจากทุกสารทิศเต็มใจมาถึงที่เพื่อตรวจรักษาด้วยตนเอง
อีกอย่าง ในงานเลี้ยงฉลองครบหนึ่งเดือน เขาเห็นเด็กคนนั้นกับตา ใบหน้ากลม ๆ อิ่มเอิบ เสียงร้องไห้ดังกังวาน ถูกหูกวงเอี๋ยนอุ้มในอ้อมแขนให้ผู้คนได้ชม ดูไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแอเลยสักนิด
……
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง กางกระดาษจดหมายออกหนึ่งแผ่น จุ่มพู่กันเขียนสองสามบรรทัด เรียกคนมาให้ส่งไปยังตำหนักปี้เซียวอย่างลับ ๆ
