ซูอู๋ตู้เลิกคิ้ว น้ำเสียงแฝงความประหลาดใจเล็กน้อย “ข้าเพิ่งบอกไปว่าเขาไม่หล่อ เจ้าก็เลยบอกว่าเหมือนข้าหรือ”
ซูจืออีก็ได้สติกลับมา รีบส่ายหน้า กล่าวว่า “เจ้านายหล่อมาก” พูดออกไปแล้วก็รู้สึกผิด “ไม่ใช่… ผู้น้อยหมายความว่า… เจ้านายน้อยมีจมูกและปากเหมือนเจ้านาย…”
ซูอู๋ตู้กลั้นหัวเราะไม่อยู่ ถามอย่างหยอกล้อ “เช่นนั้นจืออีเห็นว่าข้าหล่อเหลามากหรือ”
แม่นมทั้งสองที่อยู่ข้าง ๆ ก้มหน้านิ่งเงียบ ทำเหมือนหูหนวก แต่ความจริงแล้วหูผึ่งยาวเฟื้อย
สองท่านนี้… ใครกันคือ ‘ภรรยา’ ใครกันคือ ‘สามี’
วิธีอยู่ร่วมกันช่างแปลกตา ผิดกับพวกบุรุษหยาบกระด้างในหมู่บ้านนางจริง ๆ
ทำไมถึงอยากนั่งกัดเมล็ดแตงโมมองพวกเขาคุยกันอยู่อย่างนี้หนอ
ทว่าซูจืออีกลับพูดอะไรไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง
ซูอู๋ตู้ก็ไม่รังควานเขา เห็นเด็กหลับตาตลอด จึงถามแม่นม “เขาเผลอหลับไปแล้วหรือ”
แม่นมได้สติ รีบตอบ “ทารกแรกเกิดต้องรออีกหนึ่งถึงสองวันจึงจะลืมตาได้เจ้าค่ะ คุณชายน้อยทั้งสองนี้คลอดก่อนกำหนดอีก คงต้องใช้เวลานานกว่านั้น ตอนนี้ยังไม่หลับเจ้าค่ะ”
ซูอู๋ตู้เข้าใจแล้ว ส่งเด็กคืนให้แม่นมอย่างระมัดระวัง แม่นมอีกคนหนึ่งก้าวเข้ามา อุ้มเด็กตัวเล็กใส่ในอ้อมอกของเขา
ซูอู๋ตู้ก้มมองแวบหนึ่ง เปล่งเสียง “อือ?” ขึ้นก่อน จากนั้นก็ยิ้มออกมา
“คนนี้เหมือนเจ้าจริง ๆ โตไปต้องเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายแน่”
ซูจืออีเบี่ยงหน้ามามอง พินิจอยู่นานก็ไม่เห็นว่าเด็กคนนี้เหมือนตนตรงไหน แต่พอได้ฟังคำของเจ้านาย ในใจก็พลันยินดีอย่างบอกไม่ถูก
