ตอนนี้หลี่ซงรู้สึกกระสับกระส่ายราวนั่งบนพรมเข็ม หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจสารภาพเรื่องนี้กับเย่เฟิงตามตรง
“ประธานเย่ เรื่องเหอชุนชิ่งน่ะ ผมเป็นคนเห็นชอบให้เขาย้ายกลับมาทางเมืองเหลียนเอง ผมตาถั่วไปหน่อย!”
พูดจบก็ยังไม่วายคอยสังเกตสีหน้าเย่เฟิง เพื่อดูว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
แต่เย่เฟิงกลับยิ้มบาง ๆ แล้วโบกมือ “เรื่องนี้ฉันไม่ได้คิดจะโทษนาย”
เย่เฟิงพอจะรู้จักหลี่ซงอยู่บ้าง แม้จะไม่ได้เจอกันมาหลายปี แต่แค่เห็นว่าอีกฝ่ายยังรักษาหลักการของตัวเองไว้ได้ แม้ต้องเผชิญภัยคุกคามถึงชีวิต ก็ทำให้เย่เฟิงชื่นชมมากแล้ว
หลี่ซงโล่งใจขึ้น ก่อนถอนหายใจแล้วพูดต่อ “ต้องโทษเมียผมนั่นแหละ ก่อนนอนก็บ่นไม่หยุดทุกวัน ไม่อย่างนั้นผมไม่มีทางเลือกเขาหรอก!”
เย่เฟิงได้ยินก็ยิ้มอย่างเข้าใจ “เข้าใจแล้ว”
ใคร ๆ ก็มีความเห็นแก่ตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบหลี่ซง เย่เฟิงย่อมไม่เก็บมาใส่ใจจริงจัง
เวลาเลือกใช้คน เย่เฟิงมองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ได้ และยอมผ่อนปรนให้บางเรื่อง
แต่ความสามารถในการทำงานกับหลักการพื้นฐานนั้นต้องรักษาไว้
ครั้งนี้เขาต้องการปลดเหอชุนชิ่ง ไม่ได้คิดจะเอาผิดหลี่ซง
“ดึกแล้ว พวกนายกลับไปอยู่กับครอบครัวกับลูก ๆ ฉลองปีใหม่กันเถอะ รีบเอารถจินเถี่ยหนิวสองคันของพวกนายไปด้วย สะดุดตาเกินไปแล้ว!”
เย่เฟิงเอ่ยปากไล่แขก
ผู้บริหารบริษัทมูลค่าหมื่นล้านทั้งสองคนได้แต่ยิ้มเจื่อน
เดิมทีพวกเขายังอยากนั่งต่ออีกหน่อย แต่พอเห็นว่าเย่เฟิงดูไม่ค่อยเต็มใจ ก็รีบลุกขึ้นทันที
