ภายในห้องประชุม กรรมการทุกคนมาถึงกันหมดแล้ว เหลือเพียงที่นั่งว่างอยู่หนึ่งที่ ซึ่งเป็นที่นั่งของเจิ้งกั๋วจง
เซียวจวินกวาดตามองคนเบื้องล่าง ก่อนเอ่ยเสียงเข้มว่า “ทำไมเจิ้งกั๋วจงยังไม่มาอีก?”
เจิ้งกั๋วจงเป็นขุนนางเก่าที่ภักดีต่อเย่เฟิงที่สุด เซียวจวินไม่พอใจเขามานานแล้ว
เขาคิดจะปลดเจิ้งกั๋วจงออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทมานาน แต่เพราะกรรมการคนอื่น ๆ ช่วยกันคัดค้าน จึงได้แต่ข่มใจไม่ลงมือ
ไม่ว่าอย่างไร หลังจากวันนี้ คนทั้งกลุ่มบริษัทอวิ๋นเฟิงจะถูกกวาดล้างอย่างไร้ความปรานี
จากนั้นกลุ่มบริษัทอวิ๋นเฟิงก็จะเป็นของเซียวจวินอย่างแท้จริง จะไม่มีใครคอยขัดขวางเขาอีก
การประชุมกรรมการครั้งนี้สำคัญมาก ไม่ว่าเจิ้งกั๋วจงจะมาหรือไม่ ก็ไม่ส่งผลอะไรและเปลี่ยนผลลัพธ์วันนี้ไม่ได้
เซียวจวินมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนกล่าวกับกรรมการทั้งหลายว่า “วันนี้มีเรื่องเดียวที่ต้องหารือกัน”
“ทุกคนคงรู้ดีว่าเมื่อกลุ่มบริษัทเติบโตและขยายตัว ตอนนี้เราก็เริ่มเจอปัญหาบางอย่างแล้ว”
“ตอนนี้กลุ่มบริษัทจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มเติม เพื่อให้มีเงินทุนและรับประกันการเติบโตต่อไป”
“เมื่อจะระดมทุน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปฏิรูปคณะกรรมการ”
“ผมจัดทำร่างแผนปฏิรูปครั้งนี้ไว้แล้ว ลองอ่านกันดู ถ้าไม่มีปัญหา ก็ยกมือโหวตผ่านได้เลย”
หลังพูดจบ เซียวจวินก็โบกมือ เลขาสาวสวยคนหนึ่งจึงอุ้มเอกสารกองโตแจกให้กรรมการแต่ละคนที่โต๊ะประชุม
ฉวยโอกาสนี้ เซียวจวินกวาดตามองปฏิกิริยาของทุกคน คนส่วนใหญ่แสดงท่าทีดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด
ไม่มีใครเก็บแผนปฏิรูปของเซียวจวินมาใส่ใจ
ถึงอย่างนั้น กรรมการทั้งหลายก็ยังแสร้งทำเป็นสนใจ เปิดแฟ้มเอกสารแล้วเหลือบมองแผนปฏิรูปที่อยู่ข้างใน
