บนเตียงกว้างราวหกฉื่อ บรรยากาศร้อนแรงปกคลุมไปทั่ว ทั้งสองแทบไม่ได้นอนกันตลอดคืน หลังผ่านศึกหนักมาหลายรอบ สุดท้ายหลิ่วอิ๋งอิ๋งก็เป็นฝ่ายยอมแพ้
รุ่งเช้าวันถัดมา
เมื่อคืนหลิ่วอิ๋งอิ๋งปลดปล่อยตัวเองเต็มที่ จนเกือบทำให้เย่เฟิงยอมแพ้ไปด้วย ทั้งคู่แทบไม่ได้นอนกันเลย
ถึงอย่างไรพวกเขาก็อดกลั้นความปรารถนามานานถึงห้าปี พอได้ปลดปล่อยออกมา ไฟรักจึงโหมแรงเป็นพิเศษ
“โค่วโค่วใกล้ตื่นแล้ว นายลุกไปดูหน่อยสิ!”
หลิ่วอิ๋งอิ๋งเอ่ยขึ้นจากใต้ผ้าห่ม
เย่เฟิงรีบหยิบโทรศัพท์มาดู ตอนนี้เจ็ดโมงแล้ว แต่ข้างนอกอากาศค่อนข้างหนาว
เขาหันมายิ้มให้ “งั้นเธอลุกไปเองไหม?”
“ไม่มีน้ำใจเลย ไปตายซะ!”
อิ๋งอิ๋งที่เหนื่อยล้าจนหมดแรงเกือบถีบเขาตกเตียง แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง มือก็หยิกเอวเย่เฟิงจนเขียวช้ำไปหมด...
เย่เฟิงเจ็บจนเบ้หน้า ในใจแอบคิดว่าผู้หญิงคนนี้มือหนักจริง ๆ ไว้ค่อยสั่งสอนให้ดีทีหลัง
เขารีบลุกขึ้น สวมเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ แล้วหาวออกมาครั้งหนึ่ง
พอหันกลับไปดูก็เห็นว่าหลิ่วอิ๋งอิ๋งดึงผ้าห่มคลุมหัวไปแล้ว ทั้งตัวยังขดอยู่ใต้ผ้าห่ม
เย่เฟิงเดินไปข้างเตียง ค่อย ๆ เปิดผ้าห่มออก เห็นสาวงามซ่อนอยู่ข้างในแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์
หลิ่วอิ๋งอิ๋งเขินจนกัดฟันกรอด ก่อนพูดอย่างฉุนเฉียวว่า “ยังไม่ไปอีกเหรอ?”
เย่เฟิงโน้มตัวลงเล็กน้อย แล้วจูบแก้มสวย ๆ ของเธอแรง ๆ ทีหนึ่ง “พักอีกหน่อยแล้วค่อยลุก เดี๋ยวเราจะไปสุสานกัน”
“อื้ม!”
หลิ่วอิ๋งอิ๋งตอบเสียงหวาน
จากนั้นเย่เฟิงก็หันหลังออกจากห้อง เดินไปยังห้องเล็ก ๆ ของโค่วโค่ว