หลิ่วอิ๋งอิ๋งมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ระหว่างทางกลับมา เธอเอาแต่คิดอย่างจริงจังว่าจะวางตัวยังไงกับผู้ชายคนนี้
เพราะช่วงเวลาดี ๆ ของทั้งคู่หยุดอยู่แค่ในอดีต แม้ในใจเธอยังคงมีความหวังและความคาดหวังอยู่ก็ตาม
แต่พอได้กลับมาเจอกันอีกครั้งจริง ๆ ลึก ๆ ในใจก็อดรู้สึกแปลกหน้าไม่ได้
ความรู้สึกแปลกหน้านี้ทำให้เธอประหม่าอย่างมาก ราวกับตอนตกหลุมรักกันครั้งแรก จนไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง
ปกติแล้วในเวลาแบบนี้ ฝ่ายชายควรเป็นคนเริ่มทำลายความอึดอัด แต่เย่เฟิงกลับไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไร
เขามองสาวสวยตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าเรียวสวย ผิวขาวผ่อง ขนตายาวงอน...
ไหนจะแก้มที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอายอีก เย่เฟิงจึงเผลอมองเพลินจนใจลอย ไม่สนใจเซวียนเซวียนที่นั่งกระอักกระอ่วนอยู่ข้าง ๆ เลยสักนิด
เซวียนเซวียนเองก็รู้สึกเก้อเขิน จึงเหลือบมองออกไปข้างนอก แกล้งทำเป็นไม่เห็น
เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นก้างขวางคอไซซ์ยักษ์ บรรยากาศแบบนี้ไม่เหมาะกับการอยู่ต่อจริง ๆ
เธอกระแอมเบา ๆ แล้วรีบพูดขึ้นว่า “อิ๋งอิ๋ง งั้นฉันกลับก่อนดีไหม!”
เซวียนเซวียนเอ่ยลา เตรียมชิ่งหนี!
หลิ่วอิ๋งอิ๋งไม่ยอม เธอรู้สึกกระวนกระวายใจมาก
ถ้าเซวียนเซวียนกลับไปแล้ว เธอจะทำยังไงล่ะ?
เธอรีบรั้งไว้ “เซวียนเซวียน อย่าเพิ่งไปสิ กินข้าวเสร็จแล้วค่อยกลับ!”
สีหน้าของเธอแทบจะเป็นการอ้อนวอน กลัวเหลือเกินว่าถ้าเซวียนเซวียนไป เธอจะต้องรับมือกับเย่เฟิงจอมเจ้าเล่ห์คนนี้ตามลำพัง
เวลาเจรจาเรื่องงานและโครงการต่าง ๆ หลิ่วอิ๋งอิ๋งเป็นผู้หญิงที่เด็ดขาดมาก เธอวางตัวได้อย่างสุขุมเสมอ