“เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
ซูเวยเวยขยี้ดวงตาที่แดงก่ำ ก่อนเผยรอยยิ้มชวนเอ็นดูและตอบอย่างไม่ลังเล
จากนั้นเธอก็ไปหยิบเสื้อผ้าที่เย่เฟิงเลือกไว้ก่อนหน้านี้มาจัดใส่ถุงด้วยตัวเอง แล้วถือไว้ในมือ
ภายใต้การนำทางของเธอ ทั้งหมดเดินลงไปยังโซนร้านอาหารชั้นล่าง หลัวเยี่ยนที่ตามหลังมาหัวใจเต้นรัว ยังไม่หายตะลึงจากเรื่องเมื่อครู่
เธอไม่เคยคิดเลยว่า พี่เฟิงติดคุกไปหลายปี พอกลับมาแล้วจะยังมีอิทธิพลถึงขนาดนี้
ไม่ว่าจะตอนเรียนมัธยมหรือมหาวิทยาลัย ก็ได้ยินเรื่องเล่าความยิ่งใหญ่ของเขาอยู่เสมอ ไม่คิดเลยว่าผ่านมานานขนาดนี้ เรื่องราวเหล่านั้นก็ยังดำเนินต่อไป
เธอเดินตามอยู่เงียบ ๆ
ตอนเดินผ่านร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นล่าง หลัวเยี่ยนก็เอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “พี่เฟิง ซื้อโทรศัพท์ให้พี่สักเครื่องดีไหม!”
เย่เฟิงชะงักไป เขาไม่ได้ใช้โทรศัพท์มาหลายปีแล้ว ตอนนี้มีเพียงโทรศัพท์ดาวเทียมเครื่องเล็ก ๆ อยู่กับตัว หน้าตาเหมือนโทรศัพท์รุ่นเก่า
อย่าดูถูกโทรศัพท์เครื่องนี้เชียว นี่คือโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียวที่เชื่อมตรงไปยังศูนย์บัญชาการประจำฐานของหน่วยพิทักษ์เสินโจวทั่วประเทศได้
อำนาจทางทหารที่เขาเรียกใช้ได้เทียบเท่าผู้บัญชาการเขตทหารขนาดใหญ่คนหนึ่ง หรืออาจมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
หน่วยพิทักษ์เสินโจวคือกองกำลังชั้นยอดที่สุดของเสินโจว กระจายกำลังประจำการทั่วประเทศ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้สร้างผลงานทางการทหารอันโดดเด่น จัดเป็นหน่วยทหารระดับสูงสุด
ผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์เสินโจวอย่างน้อยก็ต้องมีฝีมือระดับราชันย์ทหาร ส่วนใหญ่ในหน่วยยังมีความสามารถระดับเทพสงคราม เรียกได้ว่าเป็นกองกำลังที่ทำให้ทั่วหล้าหวาดเกรง
คนเหล่านี้แทบทั้งหมดเป็นผู้ที่เย่เฟิงฝึกฝนขึ้นมาด้วยตัวเองในตอนนั้น ในหมู่พวกเขายังมีทหารผ่านศึกที่ร่วมรบเคียงข้างเขาในศึกนับครั้งไม่ถ้วนอีกไม่น้อย
