เย่เฟิงหัวเราะเยาะไม่หยุด ก่อนกลับไปนั่งที่เดิม สีหน้าเผยความดูแคลนเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “เหอชุนชิ่ง วันนี้นายอยากเล่นอะไร ฉันก็พร้อมเล่นด้วยทั้งนั้น!”
“อาจารย์ถู ผมลงมือหนักไปหน่อยหรือเปล่าครับ?”
ถูลี่กั๋วไม่เพียงไม่คิดตำหนิเย่เฟิง กลับพยักหน้าเห็นด้วยแล้วกล่าวว่า “ดีแล้ว ถึงเวลาลงมือก็ต้องลงมือ”
“ลูกผู้ชายถูกหยาม ต้องแสดงอานุภาพดุจอสนีบาตเพื่อสยบพวกคนชั้นต่ำ นี่จึงเรียกว่าความกล้า!”
“ก้มหน้ายอมคน หลบเลี่ยงภัย เอาแต่ถอยร่น นั่นต่างหากที่เรียกว่าขี้ขลาด!”
“เธอรับมือเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างสุขุม เจอเรื่องไม่ตื่นตระหนก อาจารย์ยังเชื่อมั่นในตัวเธอเหมือนเดิม”
ถูลี่กั๋วกล่าวด้วยสีหน้าปลื้มใจ
เขาไม่คิดว่าเย่เฟิงจะหมดอนาคตเพียงเพราะตอนนี้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ อย่างไรเสีย คนมีความสามารถอย่างแท้จริงย่อมกลับมาเปล่งประกายได้อีกครั้งในสักวัน
ขณะที่เย่เฟิงพูดคุยกับถูลี่กั๋วอย่างสบายอารมณ์ คนรอบข้างต่างพากันไม่พอใจแทนฟู่ไห่
“เย่เฟิง นายทำร้ายคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง?”
“สมกับเป็นคนที่เคยติดคุกจริง ๆ สันดานไม่เปลี่ยนเลย!”
“ฮึ กล้าล่วงเกินคุณเหอ คราวนี้มาดูกันว่านายจะลงเอยยังไง!”
คนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะพากันส่งเสียงโห่ บางคนฉวยโอกาสตำหนิเย่เฟิงเพื่อเอาใจเหอชุนชิ่ง
บางคนทำหน้าเย็นชา เตรียมรอดูเย่เฟิงขายหน้า
ถึงอย่างไร ยุคนี้ไม่ใช่ยุคที่ใครกำปั้นใหญ่กว่าก็มีสิทธิ์พูดสักหน่อย สมัยเรียนยังพอใช้กำปั้นข่มเหอชุนชิ่งกับพวกได้
แต่ตอนนี้ทุกคนโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวในสังคม สิ่งที่ใช้ต่อกรกันคือเงินและอำนาจ
