“ใครก็ได้! ใส่กุญแจมือเขาแล้วพาตัวกลับไป”
หลี่ตงหลินไม่รู้ว่าจ้าวอันกำลังกังวลอะไร จึงเรียกตำรวจสองนายที่อยู่ด้านหลังให้เข้าจับเย่เฟิง
เขากับเหอชุนชิ่งพอจะนับเป็นญาติกันอยู่บ้าง อีกทั้งเมื่อปีก่อน เหอชุนชิ่งยังใช้อำนาจในมือช่วยจัดหาร้านค้าแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าอวิ๋นเฟิงให้ภรรยาของหลี่ตงหลิน
ด้วยความช่วยเหลือจากเหอชุนชิ่ง ธุรกิจของเธอจึงไปได้สวย
แค่ปีที่แล้ว ภรรยาของเขาก็ทำกำไรจากร้านได้มากกว่าหนึ่งล้านหยวน เพราะมีเหอชุนชิ่งช่วยเหลือ
ดังนั้นความสำคัญของเหอชุนชิ่งที่มีต่อเขาจึงไม่ต้องพูดถึง ปีหน้าเหอชุนชิ่งจะกลับมาเมืองเหลียน เพื่อรับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของห้างสรรพสินค้าเหลียนเฉิง
ถึงตอนนั้น เขาก็จะได้ผลประโยชน์จากเหอชุนชิ่งมากกว่านี้
ผลประโยชน์ของทั้งคู่ผูกกันอยู่ ต่อให้เย่เฟิงเป็นฝ่ายถูก หลี่ตงหลินก็ไม่มีทางปล่อยเขาไป
ตอนนี้เหอชุนชิ่งกำลังยิ้มอย่างได้ใจ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดีของผู้ชนะ ราวกับกำลังพูดว่า
เย่เฟิง ยุคนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แกจะเอาอะไรมาสู้กับฉัน?
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ต่างก็ทำหน้าเย็นชา รอดูเย่เฟิงขายหน้า
คนใหญ่คนโตอย่างเหอชุนชิ่ง ใคร ๆ ก็อยากประจบแทบไม่ทัน แต่เย่เฟิงกลับไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง นอกจากจะทำให้เหอชุนชิ่งขุ่นเคืองจนถึงที่สุดแล้ว ยังอัดฟู่ไห่ไปอีกคน
ทุกคนต่างคิดว่าเย่เฟิงสมควรได้รับโทษแล้ว
พอเห็นตำรวจสองนายเดินเข้ามา ซูเวยเวยก็เริ่มมีสีหน้าตื่นตระหนก
เธอกลัวว่าเย่เฟิงจะถูกพาตัวไป
เย่เฟิงตบแขนเธอเบา ๆ เป็นเชิงบอกให้วางใจ
“อย่าลงมือ พวกคุณพาเขาไปไม่ได้”
