จอมทัพคืนสนาม

บทที่ 2 เขานี่แหละคือคนที่แหกคุกออกมา

7 นาที· 1.7K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

เย่เฟิงมองดูผู้มาเยือน คนคนนี้เขาไม่ได้รู้สึกแปลกหน้า นั่นก็คือสามีของหลิวหง โจวไห่

เป็นนักเลงชื่อดังในละแวกนี้ พวกชอบรังแกคนอ่อนแอ หลายปีมานี้คลุกคลีอยู่ในบาร์เมืองเหลียนและสถานบันเทิงต่าง ๆ

มีลูกน้องติดตามอยู่ไม่กี่คน ก็เลยยกตัวเองเป็นเจ้าพ่อ ความจริงก็แค่พวกนักเลงชั้นต่ำสุด

พอหลิวหงเห็นสามีตัวเองออกมา ก็รีบฟ้องน้ำตาไหลพราก ชี้ไปทางเย่เฟิงว่า “สามี ไอ้ลูกไม่มีพ่อคนนี้มันจะไล่พวกเราออกไป แล้วยังต่อยฉันอีก”

โจวไห่ฟังแล้วสีหน้าขรึมลง ไอ้ลูกกระต่ายนี่กล้ามาอาละวาดถึงหน้าบ้านเขาอย่างนั้นหรือ

หลายปีมานี้ได้ข่าวว่าโจวไห่ไปตามติดเจ้านายคนหนึ่งหาเงินได้ไม่น้อย มีท่าทางคุมเชิงเหมือนหัวหน้าแก๊ง

ถึงคดีที่เย่เฟิงเคยก่อไว้จะฟังดูน่ากลัว แต่ในสายตาคนอย่างโจวไห่ ก็แค่พวกเพิ่งพ้นโทษกลับมาคนหนึ่งเท่านั้น เขาย่อมไม่หวั่นเกรง

“หาที่ตายชัด ๆ !”

โจวไห่สาวเท้าพุ่งเข้าใส่ ง้างหมัดหมายจะฟาดลงบนตัวเย่เฟิง มุมปากเผยรอยยิ้มเย็น

ในสายตาของโจวไห่ รูปร่างของเย่เฟิงดูค่อนข้างบอบบาง ไม่ใช่คนทนตีเลยสักนิด เกรงว่าคงไม่รอดหมัดเขาแม้แต่ดอกเดียว

ที่เขาสามารถสร้างชื่อได้ในละแวกถนนแถวนี้ ก็เพราะว่าใจคอเหี้ยมโหดมากพอ ทั้งยังต่อสู้เก่ง

เพราะอย่างนี้แหละ ถึงถูกเจ้าพ่อมาเฟียคนนั้นหมายตา รับไปเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยของอีกฝ่าย

“โจวไห่น่ะเป็นอิทธิพลมืดประจำถิ่น เย่เฟิงคราวนี้เจ็บตัวแน่”

คนรอบข้างที่มุงดูอยู่พากันส่ายหัว คิดว่าเย่เฟิงจะต้องเสียเปรียบหนักแน่เมื่อถูกโจวไห่จัดการ

หลิวหงยิ่งมีสีหน้าสะใจ นิสัยสามีตัวเองนางรู้ดี ลงมือตีคนเบา ๆ ก็เข้าโรงพยาบาล หนักหน่อยก็พิการ

เย่เฟิงยิ้มเย็น แค่กากเดนยังกล้ามายั่วยุเขาอย่างนั้นหรือ ?

ตระหนักเถิดว่า ครั้งนั้นเขาตอบรับคำเชิญของกองทัพ ขึ้นไปบนที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงเหนือ ใช้ดาบฟันเพียงครั้งเดียวก็สังหารผู้แข็งแกร่งระดับเทพสงครามลงได้

แค่โจวไห่กระจอก ๆ เขาจะใส่ใจหรือ ?

เขาขยับตัวเล็กน้อย หลบหลีกได้ง่ายดาย ฉวยจังหวะพลิกมือตบลงบนหน้าโจวไห่ฉาดหนึ่ง

“เพี๊ยะ”

โจวไห่ถูกแรงมหาศาลกระแทกจนถอยไปหลายก้าว ใบหน้าทิ้งรอยฝ่ามือแดงเถือกไว้

โจวไห่ทรงตัวมั่นแล้ว โทสะพลุ่งพล่านวาบ ล้วงมีดสั้นออกมาจากเอว แววตาอาฆาตพุ่งเข้าใส่เย่เฟิง “ไอ้เด็กไม่มีพ่อ มึงหาที่ตาย”

เห็นอีกฝ่ายตรงเข้าหา เย่เฟิงหัวเราะเย็น จับข้อมืออีกฝ่ายได้อย่างแนบเนียน ออกแรงบิดฉับ สีหน้าโจวไห่แข็งค้าง

“อ๊าก !”

โจวไห่ส่งเสียงร้องโหยหวนน่าสะพรึงกลัว ปนกับเสียงกระดูกแตกแหลกละเอียด ความเจ็บปวดมหาศาลทำให้ใบหน้าเขาบิดเบี้ยว อึดใจเดียว เหงื่อเม็ดพราวก็ไหลอาบข้างขมับ

เป็นไปได้อย่างไร ?

โจวไห่เจ็บปวดแสนสาหัสจนต้องขบกรามแน่น ในใจไม่อยากเชื่อ อีกฝ่ายมีแรงมหาศาลเช่นนี้ได้อย่างไร

“กาก !”

เย่เฟิงหัวเราะเย็น เงื้อเท้าเตะโจวไห่กระเด็น ฝ่ายหลังกระแทกเข้ากับผนังที่อยู่ไม่ไกลเสียงดังสนั่น

ตูมหนึ่งทรุดลงกับพื้น ร่างกายพลิกกลิ้งไปมาไม่หยุด ในปากเปล่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด

คนรอบด้านตะลึงงัน แม้แต่หลิวหงก็ปิดปากแน่น ไม่อยากเชื่อภาพที่เห็นตรงหน้า

เย่เฟิงก้าวเดินเข้าไปใกล้โจวไห่ทีละก้าว ถึงต้องแบกรับความเจ็บปวดรุนแรง แต่โจวไห่ก็หวาดกลัวจนอดตัวสั่นไม่ได้ ปากถามตะกุกตะกักว่า “ม...มึง...มึงจะทำอะไร ?”

เย่เฟิงยังไม่ทันเอ่ยปาก หลิวหงด้านข้างก็สำแดงนิสัยหญิงไร้มารยาท ตะโกนใส่ผู้คนรอบข้าง

“ฆ่าฟันกันแล้ว ! ไอ้นักโทษฆ่าฟันแล้ว !”

ผู้คนรอบด้านเห็นเช่นนั้น ก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ตาม ๆ กัน

“ก่อนหน้านี้ก็ดูไม่ออกว่าเย่เฟิงเป็นคนเช่นนี้ ไม่คิดว่าจะดุร้ายป่าเถื่อนถึงเพียงนี้”

“ใช่แล้วล่ะ ได้ยินว่าก่อนหน้านี้ก็ฆ่าคนเข้าไปติดคุกมาแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะออกมาเร็วถึงเพียงนี้”

ไม่นานก็มีคนชี้นิ้วใส่เย่เฟิง โดยเฉพาะพวกผู้หญิงปากยาวทั้งหลาย

เย่เฟิงขี้เกียจใส่ใจคำพูดของคนรอบข้าง พวกนั้นทำชัดเจนแต่แกล้งไม่รู้ตัว เป็นแค่พวกหญ้าแพรกตามลมเท่านั้นเอง

เขาหันกลับไปพูดกับโจวไห่ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ตอนนี้ เอาของของนายออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”

บ้านหลังนี้ถึงจะอยู่ชานเมืองเหลียน ตำแหน่งก็ห่างไกล แต่มีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว หลายปีมานี้ราคาบ้านพุ่งกระฉูด รวมที่ดินด้วย ก็น้อยที่สุดก็ต้องหลายล้าน

โจวไห่กับภรรยาเป็นพวกอะไร ?

คนหนึ่งคือนักเลงอันธพาล อีกคนคือหญิงไร้ยางอายปากร้าย !

เนื้อชิ้นที่ตกถึงปากแล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะยอมปล่อย ?

โจวไห่ทนความเจ็บปวด มองเย่เฟิงด้วยแววอาฆาตแค้น เขาใช้ชีวิตในทางมาเฟียมาหลายปี ย่อมเข้าใจกฎหมายบางข้อ

มองดูชายหนุ่มตรงหน้าที่เดียดาฟันอันพลุ่งพล่าน ในใจเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ เขาออกมาได้เร็วถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ?

ตามโทษของเย่เฟิงแล้ว ชาตินี้คงยากที่จะได้เห็นแสงตะวันแห่งอิสรภาพแล้ว

หรือว่าอีกฝ่ายเป็นพวกแหกคุกออกมา ?

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจของโจวไห่ จากนั้นก็ยิ่งมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเย่เฟิงต้องแหกคุกถึงกลับมาที่นี่ ไม่อย่างนั้นคนที่ติดคุกเพราะคดีฆ่าคน จะออกมาเพียงแค่ห้าปีได้อย่างไร ?

ใช่ เขาต้องแหกคุกออกมาแน่ !

แค่แจ้งทางการ ไอ้นี่ก็ตายแน่ !

นี่คือครั้งแรกของเขาที่คิดจะแจ้งทางการเพื่อปกป้องตัวเอง เขาเหิมเกริมในถิ่นฐานบ้านเกิด มีแต่จะข่มเหงคนอื่น ไม่เคยมีใครบีบบังคับให้เขามาจนถึงขั้นนี้ได้

“เมียรัก ไอ้ลูกไม่มีพ่อนี่ต้องแหกคุกออกมาแน่ เร็วเข้า รีบแจ้งทางการ”

โจวไห่ขบฟันพูดกับหลิวหงที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยเสียงดัง

ตอนนี้หลิวหงก็เข้าใจแล้ว รีบหยิบมือถือออกมา กดโทรศัพท์แจ้งความ

“ข้าก็บอกแล้ว ต้องเป็นแหกคุกออกมาแน่”

“ปีนั้นก่อคดีอุกฉกรรจ์ตั้งขนาดนั้น จะออกมาเพียงห้าปีได้ยังไง”

ผู้คนรอบข้างไม่กลัวว่าเรื่องจะใหญ่ โวยวายตาม ๆ กัน ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า เย่เฟิงก็คือนักโทษแหกคุกคนหนึ่ง

เย่เฟิงไม่ได้ปริปากเลยตั้งแต่ต้นจนจบ การแจ้งความก็ดีแล้ว ไล่ครอบครัวนี้ออกไป คืนบ้านของตัวเองมา

นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ

หลังจากหลิวหงโทรศัพท์เสร็จ ไม่นาน ตำรวจสองสามนายก็มาถึงที่เกิดเหตุ คนหนึ่งเป็นรุ่นกลาง ๆ ยังมีหนุ่ม ๆ อีกสองคน

นายตำรวจรุ่นกลางชื่อหลี่ฉือ เป็นตำรวจในละแวกนี้ เขามองดูโจวไห่ที่นอนอยู่กับพื้น เผยแววประหลาดใจ

โจวไห่หลายปีมานี้คลุกคลีอยู่ในละแวก หลี่ฉือกับเขาสนิทสนมกันมาก หรืออาจพูดได้ว่ามิตรภาพแน่นแฟ้น ระหว่างสองคนก็มักมีธุระที่บอกใครไม่ได้

โจวไห่เห็นคนสนิทของตัวเองมาแล้ว ก็ชี้ไปทางเย่เฟิงพลางร้องเสียงดังทันที “หัวหน้าหลี่ นี่คือนักโทษแหกคุก รีบจับมันไป”

“ใช่แล้ว เขาคือนักโทษหนีคุก ดูสิ ว่าเขาทำพวกเราจนกลายเป็นยังไง ?”

“เร็วเข้า จับเขาไป !”

หลิวหงวางท่าเป็นเหยื่อ ชี้ไปทางเย่เฟิงพร้อมตะโกนเสียงดัง

อีกฝ่ายยืนกรานเต็มปากว่าเย่เฟิงเป็นนักโทษแหกคุก ส่วนเรื่องที่ตนเองยึดบ้านเย่เฟิงนั้นไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว

หลี่ฉือฟังแล้ว สีหน้าตื่นตัวระแวดระวัง เกือบจะไม่ถามไม่ฟังอะไรทั้งนั้น หยิบกุญแจมือออกมา เดินเข้าไปจับแขนข้างหนึ่งของเย่เฟิงไว้ หมายจะใส่กุญแจมือให้เขา

“ไปโรงพักกับผมสักรอบเถอะนะ ?”

หลี่ฉือกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

ถ้าอีกฝ่ายเป็นนักโทษแหกคุกจริงละก็ เขาก็ได้สร้างผลงานชิ้นใหญ่แล้ว ถึงแม้จะไม่ใช่ ก็เท่ากับขายหน้าให้โจวไห่

เดี๋ยวค่อยปล่อยไปก็แล้วกัน อย่างไรก็ไม่เสียเปรียบอยู่ดี

อีกอย่างอีกฝ่ายต่อยคนต่อหน้าธารกำนัล เขาก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะคุมตัวเย่เฟิง ดังนั้นจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย หมายจะควบคุมตัวเย่เฟิงในทันที

“ผมไม่ใช่นักโทษแหกคุก อีกอย่างคุณไม่ถามสักคำเลยหรือว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ?”

เย่เฟิงยกมือหลบกุญแจมือเย็นเยียบในมือของหลี่ฉือ สีหน้าเริ่มขรึมลง

เขามองออกแล้ว ว่าหลี่ฉือคนนี้สนิทกับโจวไห่ชัด ๆ ต้องการฉวยโอกาสพาตัวเขาไป เพื่อจัดการปัญหาของโจวไห่

“คุณมีอะไรมาพิสูจน์ ?”

หลี่ฉือยิ้มเย็น

เย่เฟิงหยิบเอกสารรับรองการปล่อยตัวออกมาจากห่อผ้า ยื่นให้ แล้วกล่าวว่า “ผมเคยติดคุกจริงนะครับไม่เถียง แต่ผมได้รับการปล่อยตัวแล้ว คุณไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะคุมตัวผม”

หลี่ฉือเหลือบมองเอกสารรับรองการปล่อยตัวในมือ แล้วจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงหม่นหมองดังนี้ “สมเป็นคนไม่เคยแก้ไขนิสัยชั่วร้าย เพิ่งพ้นโทษออกมา ก็ทำร้ายคนจนเป็นอย่างนี้ คุณยังไงก็ตามผมไปโรงพักก่อนเถอะ ?”

“ใส่กุญแจมือมัน แล้วพาตัวไป !”

โจวไห่เห็นดั่งนี้ก็โล่งอก ในใจแอบดีใจ “หึ สู้กับข้าหรือ ? เข้าไปข้างในแล้วค่อยเล่นงานแกอีกที”

หลิวหงเห็นดังนี้ ก็เลิกเสแสร้ง ลุกขึ้นมาจากพื้น ชี้ไปทางเย่เฟิงพลางด่า “ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ดูซิว่าแกจะเหิมเกริมได้อีกแค่ไหน ?”

เย่เฟิงหน้าดำขึ้นมาทันที หลี่ฉือที่อยู่ตรงหน้านั้น โดยพื้นฐานก็คือสมคบคิดกับโจวไห่ เป็นพวกงูกับหนูอยู่รังเดียวกัน

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com