ชายวัยกลางคนตรงหน้าได้รับสืบทอดท่าทีสุภาพเรียบร้อยแบบเดียวกับถูลี่กั๋ว พอเข้ามาก็บ่นพึมพำว่า “ต้องหาเงินสนับสนุนตั้งเป็นล้านกว่า จะให้ไปหาจากไหนกัน!”
บ่นจบก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ถึงเพิ่งสังเกตเห็นเย่เฟิงที่อยู่ข้าง ๆ จึงพยักหน้าทักทาย
ชายวัยกลางคนชื่อถูเจียจง เป็นลูกชายของถูลี่กั๋ว เขาเกิดในครอบครัวครูและเดินตามรอยพ่อมาเป็นครูเช่นกัน
สมัยก่อนตอนเย่เฟิงเรียนมัธยมปลาย ถูเจียจงยังไม่ได้สอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมทดลองเมืองเหลียน เพิ่งย้ายกลับมาที่นี่เมื่อสองปีก่อน
เย่เฟิงจึงรู้ว่าอาจารย์ถูมีลูกชาย แต่ไม่เคยมีโอกาสพบหน้า เลยรู้สึกไม่คุ้นเคยกับเขา
ถูลี่กั๋วรีบแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน
จากนั้นถูลี่กั๋วก็ถามถูเจียจงที่กำลังถอนหายใจว่า “เจียจง เป็นอะไรไป?”
ถูเจียจงถอนหายใจ ก่อนจะพูดช้า ๆ ว่า “พ่อ โรงเรียนของเรากำลังจะสร้างอาคารเรียนใช่ไหม?”
แม้ถูลี่กั๋วจะเกษียณแล้ว แต่ก็รู้เรื่องนี้ดี
“เมื่อกี้โรงเรียนประชุมกัน บอกว่ายังขาดเงินทุนสร้างอาคารเรียนอีกสิบกว่าล้าน เลยแบ่งหน้าที่ให้ครูที่ยังทำงานอยู่ไปหาศิษย์เก่ามาช่วยสนับสนุนครับ”
ถูเจียจงพูดช้า ๆ
เรื่องนี้ไม่ค่อยเป็นธรรมกับถูเจียจงนัก เพราะเขาเพิ่งมาทำงานที่โรงเรียนนี้ได้แค่สองสามปี
ยังแทบไม่ได้สอนนักเรียนที่ไหนเลย ต่อให้มีบ้างสักหนึ่งสองรุ่น พวกนั้นก็ยังเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบด้วยซ้ำ
จะให้เขาไปหาคนมาสนับสนุนจากที่ไหน?
เขาจึงได้แต่ทำหน้าอมทุกข์ ในใจด่าผู้อำนวยการโรงเรียนว่าไม่เห็นใจกันบ้าง
ถึงจะด่าในใจ แต่ก็ยังต้องหาทางทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นถ้ารั้งท้ายจนถูกผู้อำนวยการเรียกชื่อขึ้นมา คงขายหน้าแย่
