เงาร่างสองสายยืนเคียงข้างกัน คนหนึ่งอยู่ซ้าย อีกคนอยู่ขวา ขวางกั้นระหว่างนักพรตชุดเทากับหมิงเหอและคนอื่น ๆ
คนตัวสูงผอมแห้ง ใบหน้าเหลืองซีด ก้มคิ้วหลุบตา ราวกับเปี่ยมด้วยเมตตาสงสารสรรพชีวิต ส่วนคนตัวเตี้ยผอมเพรียว ดวงตากลอกกลิ้งเป็นประกายวาววับ ทว่าบนใบหน้ากลับประดับรอยยิ้มอ่อนโยนเต็มเปี่ยม
เจี้ยอินกับจุ่นถี
กระบี่หยวนถูในมือหมิงเหอชะงักลงเล็กน้อย
เขาหรี่ตามองผู้บำเพ็ญตะวันตกทั้งสองที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น แม้จิตสังหารยังไม่มอดดับ แต่ก็ไม่ถึงกับพร้อมปะทุขึ้นฉับพลันเหมือนเมื่อครู่แล้ว
คุนเผิงเองก็ลอบผ่อนกำลังลง ดวงตากวาดมองเจี้ยอินกับจุ่นถีสลับไปมา ใบหน้าเผยแววหวาดระแวงอย่างไม่เต็มใจนัก
ทั้งสองเป็นศิษย์ของบรรพจารย์ ต่อให้เป็นเพียงศิษย์ในนาม แต่ก็ได้รับการยอมรับจากปากบรรพจารย์ด้วยตนเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งคู่ต่างมีปราณม่วงหงเหมิงอยู่ในอ้อมอก วันหน้าต้องกลายเป็นปราชญ์อย่างแน่นอน หากบาดหมางกับพวกเขาจนถึงขั้นแตกหักตั้งแต่ตอนนี้ หลังจากทั้งสองบรรลุเป็นปราชญ์แล้ว ตนยังจะมีวันดี ๆ ได้อีกหรือ? อีกอย่าง สองคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องใจแคบและไร้ยางอาย หากวันนี้หักหน้าพวกเขา วันหน้าพวกเขาย่อมทวงคืนเป็นเท่าตัว
หมิงเหอแค่นเสียงเย็น เก็บกระบี่เข้าฝักแล้วเอ่ยว่า “สหายเต๋าจุ่นถี หากมีเรื่องใดก็พูดมา ไม่จำเป็นต้องมาขวางทางกันเช่นนี้”
เมื่อเห็นว่าหมิงเหอและคนอื่น ๆ หยุดมือจริง ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าจุ่นถีก็ยิ่งกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย
เขาประสานมือคำนับหมิงเหอและพวกพ้อง วางท่าทีอ่อนน้อมอย่างยิ่ง ทว่าน้ำเสียงกลับแน่วแน่ราวกับไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ “สหายเต๋าทุกท่าน โปรดหยุดมือเถิด บรรพจารย์เพิ่งหลอมรวมเข้ากับมรรคา พวกท่านก็ลงมือฆ่าชิงสมบัติในห้วงโกลาหล หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เกรงว่าจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของทุกท่าน วันนี้ปล่อยเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้เถิด ถือว่าเห็นแก่หน้าข้ากับพี่ชาย รอให้พวกเราสองพี่น้องบรรลุเป็นปราชญ์ในวันหน้า ย่อมตอบแทนอย่างงามแน่นอน”
