ณ บริเวณทางเข้าสุดของสุสานกระบี่ ศิษย์พี่ใหญ่ใช้พลังวิญญาณสร้างเขตอาคมกั้นส่วนขอบนอกสุดของสุสานกระบี่ออกจากด้านในลึก
จากนั้นเขาจึงหันกลับมาปลดเกราะคุ้มกันของเย่หลิงซู ขณะนั้นเองนกหลากสีก็หดตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ศิษย์พี่หกรีบเก็บมันเข้าไป
"ศิษย์น้องเล็ก เจ้าจงหาดาบที่เหมาะสมกับเจ้าภายในพื้นที่นี้ หากพบแล้วจงชักออกมา พวกเราต้องรีบลงมือให้เร็วเข้า"
เย่หลิงซูผงกศีรษะ ทำตามคำสั่งของศิษย์พี่ใหญ่ เริ่มค้นหาดาบภายในขอบเขตที่เขากำหนดไว้
นางเดินพลางมองไปรอบ ๆ พบซากดาบหักจำนวนนับไม่ถ้วนที่ยังคงมีคราบเลือดติดอยู่ อีกทั้งยังเห็นวิญญาณชั่วร้ายสีเทาบนพื้นดินวนเวียนอยู่รอบเท้าของนาง แม้จะไม่มีพลังทำอันตรายร้ายแรง แต่ก็พอสะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของศึกใหญ่ครานั้น
นางเดินหาเนิ่นนานแต่กลับไม่พบดาบที่เข้ากับนางเลยสักเล่ม ยิ่งเดินลึกเท่าใดก็ยิ่งห่างออกไปเรื่อย ๆ กระทั่งพลันได้ยินเสียงเย็นเยียบดังมาจากเบื้องหน้า
"มานี่"
เย่หลิงซูชะงัก นางมองไปยังต้นเสียง เห็นกระบี่สีดำเล่มหนึ่งปักอยู่บนแท่นศิลาที่สูงที่สุดกลางสุสานกระบี่ กระบี่สีดำเล่มนั้นไร้ซึ่งประกายใด ๆ บนตัวดาบ เมื่อมองเพียงแวบแรกดูไม่โดดเด่นเลย
แต่พินิจให้ดีกลับรู้สึกได้ถึงความไม่ธรรมดาในทุกกระเบียด ตั้งแต่รูปทรงของดาบไปจนถึงลวดลายบนนั้น ทุกแห่งหนล้วนแผ่พลังอันแข็งแกร่งและความลี้ลับลึกซึ้ง ทำให้ผู้คนรู้สึกเคารพยำเกรงโดยพลัน
นางกำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไป แต่ก็นึกถึงศิษย์พี่ทั้งสองขึ้นมาได้ เพื่อความรอบคอบ นางจึงตั้งใจจะบอกกล่าวแก่พวกเขา ทว่าเมื่อนางหันหลังกลับไป เบื้องหลังกลับเป็นสุสานกระบี่กว้างไกลสุดลูกลูกตา ไร้ซึ่งทางเข้า ไร้ซึ่งเงาของศิษย์พี่ทั้งสอง แม้แต่เขตอาคมของศิษย์พี่ใหญ่ก็มองไม่เห็น!
