มังกรดำถอนหายใจ เขายังไร้เดียงสาเกินไปจริง ๆ มีเรื่องที่เขาคิดไม่ตกอยู่เสมอ
โลกนี้ช่างซับซ้อนเหลือเกิน จู่ ๆ เขาก็อยากกลับบ้านขึ้นมา
เวลานี้การประลองของปี้เหลียนจบลงแล้ว ผู้ชมทั้งสนามต่างรอให้เขาลงจากเวทีประลอง จะได้รุมทำร้ายจนตายเพื่อระบายโทสะ ความเดือดดาลนั้นยิ่งกว่ารอบก่อนเสียอีก
“รีบลงมา! ฆ่าเจ้าตัวดีที่หลอกลวงคนอื่นอย่างเจ้าให้ตาย!”
“เงินเก็บไว้ทำโลงศพของข้าลงพนันไปหมดแล้ว กระต่ายเวรนี่กลับชนะจริง ๆ หรือ!”
“กระต่ายเวรนี่ไม่ไปคอยประจบประแจงอยู่ข้างเจ้าพวกเผ่าปีศาจ กลับวิ่งมาสนามประลองทำไม? ช่วงนี้เผ่าปีศาจกำลังคิดแผนชั่วอะไรอีกหรือ?”
“พูดเหลวไหล! เผ่าปีศาจจะคิดแผนชั่วอะไรได้? พวกเจ้าเผ่าภูตผีนั่นแหละเลวร้ายที่สุด ทั้งเจ้าเล่ห์ทั้งน่าขยะแขยง วัน ๆ เอาแต่แขวนคอตัวเองกับขื่อ แถมยังหาเรื่องจัดงานรื่นเริงนรกนั่นอยู่เรื่อย ไม่เพียงจับคนมาต้มเป็นน้ำแกง ยังเต้นระบำบ้าบออะไรนั่นอีก ทั้งรบกวนชาวบ้านทั้งน่าขยะแขยง!”
“เผ่าปีศาจของพวกเจ้าดีไปถึงไหนกัน? เจ้า…@#%… ข้าจะฆ่าหมูปีศาจเวรนี่ให้ตาย! ให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิตเพื่อชื่อเสียงของเผ่าภูตผีข้า!”
“เข้ามาสิ! สู้กัน! ใช้ชีวิตผีของเจ้านี่กอบกู้เกียรติภูมิของเผ่าปีศาจข้า!”
เห็นอารมณ์ของผู้ชมเดือดพล่านขึ้นเรื่อย ๆ มังกรดำก็หันไปมองเย่หลิงหลง “ต้องให้ข้าลงไปรับเขาหรือไม่? ข้ากลัวว่าเขาจะเดินลงบันไดเวทีประลองไม่ไหว”
“ไม่ต้อง” เย่หลิงหลงยิ้มตอบ
“แต่เขา…”
มังกรดำยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นปี้เหลียนที่เพิ่งจบการประลองยืนสงบนิ่งอยู่บนเวทีประลอง พลางสะบัดแขนเสื้อของตนเบา ๆ
