“ในเมื่อท่านประลองไม่ได้ เช่นนั้นข้าจะช่วยท่านประลองเอง” มังกรดำกล่าว “เจ้ารออยู่บนเวทีประลองก็พอ ส่วนคู่ต่อสู้ของเจ้า ข้าจะอัดจนบาดเจ็บสาหัสแล้วส่งขึ้นไปให้ ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยแกล้งออกกระบวนท่าสองสามทีแล้วโยนเขาลงจากเวทีประลองก็พอ”
“วิธีของเจ้าไม่ปลอดภัย คนที่นี่แต่ละคนล้วนเจ้าเล่ห์เพทุบาย มีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ทั้งยังมีวิธีเอาชีวิตรอดสารพัด เจ้านึกว่าทำเขาบาดเจ็บสาหัสแล้วจะไม่มีปัญหา แต่พอขึ้นเวทีประลองแล้วเขาเผยไพ่ตายออกมา จากนั้นลงมือสังหารนายท่านของเจ้าจะทำอย่างไร?”
ปี้เหลียนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “แผนนี้ไม่เหมาะ ข้ามีวิธีหนึ่ง ในเมื่อประลองไม่ได้ เช่นนั้นก็ซื้อเอา ข้ารู้ว่าผู้ใดมีใบไม้เหลือและยังไม่รีบร้อนลงไป ข้าจะเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาขายใบไม้ให้ เมื่อพวกเขารับเงินไปแล้ว ก็แค่แพ้ให้เขาบนเวทีประลองเท่านั้น”
“ใช้เงินก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกัน หากคนบนเวทีประลองกลับคำทรยศจะทำอย่างไร? เขาไม่จำเป็นต้องฆ่า แค่ลงยาพิษก็เรียกทรัพย์สินเพิ่มได้ ทั้งยังเลี่ยงไม่ให้ตัวเองถูกฆ่าอีกด้วย”
เย่หลิงหลงปฏิเสธปี้เหลียน ก่อนจะเสนอความคิดของตนบ้าง “พี่ใบไม้ใหญ่ หากอยู่ในโลกฝึกเซียนแล้วไร้เรี่ยวแรงสู้ใครอยู่ร่ำไปก็ไม่ใช่ทางออก มิสู้ข้ามอบปืนกลฉบับโลกฝึกเซียนให้ท่านสักกระบอกดีหรือไม่? วิธีใช้เรียบง่าย เรียนรู้ได้ไว แม้แต่ศิษย์พี่หญิงห้าของข้ายังใช้เป็น เป็นของจำเป็นยามเดินทางในโลกฝึกเซียนเลยทีเดียว”
เมื่อทั้งสามพูดจบ เย่ชิงเสวนก็ยิ้มพลางส่ายหน้า
“ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้น”
กล่าวจบ เขาก็หันหลังเดินออกจากประตูสนามประลอง ทันทีที่ก้าวพ้นประตู แสงสว่างก็หรี่ลงอย่างรวดเร็ว ลมหนาวพัดกระโชกแรงยิ่งกว่าเดิม
