เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้โกรธจนเดินจากไป หัวใจของอวี้จิ้งชิงจึงสงบลงเล็กน้อย
เขาอยากปรับความสัมพันธ์กับลูกสาวให้ดีขึ้น แต่ก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรพูดอะไร
การมีอยู่ของสวี่จิ้งกับลูกสาวเปรียบเสมือนหนามแหลมที่ขวางกั้นระหว่างคนทั้งสอง ติดคาอยู่ในลำคอจนพูดอะไรไม่ออก
เขากลัวว่าอวี้เหมี่ยวเหมี่ยวจะถามถึงคนสองคนนี้ และกลัวว่าเธอจะถามว่าเหตุใดตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาจึงปล่อยเธอไว้ต่างประเทศ ไม่ใส่ใจไยดี
ลองถามใจตัวเองดูสิ เขาไม่มีความเห็นแก่ตัวแม้แต่น้อยจริงหรือ?
อวี้จิ้งชิงไม่กล้าตอบ
เขาเพียงนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในวัยชรา มองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่คล้ายภรรยา มองลูกสาวเพียงคนเดียวผู้มีสายเลือดของเขาไหลเวียนอยู่ในกาย แล้วรู้สึกจุกแน่นจนแทบกลั้นสะอื้นไว้ไม่อยู่
เด็กคนนี้สูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเล็ก อยู่พึ่งพาอาศัยกับเขามานานกว่ายี่สิบปี เขาจะทำใจปล่อยให้เธออยู่ต่างแดนตามลำพังนานขนาดนั้นได้อย่างไร
ต่างประเทศวุ่นวายถึงเพียงนั้น สวี่จิ้งก็เอาแต่คิดจะไปนิวยอร์ก ส่วนสวี่นั่วเพิ่งออกไปได้ไม่นาน ก็ประสบเรื่องแบบนี้เสียแล้ว
แล้วเธอล่ะ? ลูกของเขาล่ะ…
อวี้จิ้งชิงจ้องมองอวี้เหมี่ยวเหมี่ยวนิ่งอยู่นาน ความสงสารและความรู้สึกผิดที่หมดอายุไปแล้วพลันเอ่อล้นขึ้นมาอย่างท่วมท้น
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิ แฝงเสียงสะอื้นอยู่เล็กน้อย “หลายปีมานี้ ลูกอยู่ต่างประเทศคนเดียว แต่ก็ไม่กลับมาเยี่ยมพ่อเลยสักครั้ง”
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวเกือบเผลอโต้กลับไปว่า พ่อเองก็ไม่เคยไปหาฉันเหมือนกัน
แต่พอเหลือบไปเห็นสีหน้าซีดเซียวของอวี้จิ้งชิง เธอก็สงบใจลง พอปรับอารมณ์ได้จึงตอบว่า “ยุ่งมากค่ะ กลัวจะรบกวนพวกคุณ”
