ระหว่างทาง ทั้งคู่ไม่ได้พูดกันอีกเลย ต่างคนต่างมีเรื่องให้คิดอยู่ในใจ
รถจอดลงด้านนอกหมู่บ้านพักอาศัยสวนปี้สุ่ย
สวี่ว่างลืมตาขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง “จอดตรงนี้ก็ได้”
พูดจบ สวี่ว่างก็เอื้อมมือไปดึงประตูรถ แต่กลับพบว่าประตูล็อกอยู่
“ฉันไปส่งถึงใต้ตึก”
รถของเวินอวี่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ในระบบของหมู่บ้าน จึงไม่สามารถให้ระบบตรวจจับและเปิดทางได้
ยามหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากป้อมเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยอยู่ในที่นั่งคนขับ
เขารู้จักหน้าค่าตาผู้หญิงสวยทุกคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน คนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ลูกบ้าน
สวี่ว่างยื่นหน้าออกไปทักทาย
ยามจำสวี่ว่างได้ทันที จึงไม่ได้คิดอะไรมากและปล่อยให้รถผ่านเข้าไป
รถค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปในหมู่บ้าน
“นายอยู่ตึกไหน?” เวินอวี่ถาม
สวี่ว่างคิดในใจ ดูท่าสวี่อวิ้นคงไม่เคยพาเธอมาที่บ้านมาก่อน
แต่ผู้หญิงคนนี้แปลก ๆ ถึงกับคิดจะสืบว่าเขาอยู่ที่ไหน ชัดเลยว่ามีแผนไม่ดี
สวี่ว่างเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง “จอดตรงนี้เถอะ เดี๋ยวฉันเดินกลับเอง”
รถยังคงแล่นช้า ๆ วนรอบแปลงดอกไม้ เห็นชัดว่าไม่มีทีท่าจะจอดปล่อยสวี่ว่างตรงนี้
“ถ้าไม่บอก คืนนี้นายก็อย่าหวังว่าจะได้ลงจากรถ” เวินอวี่ขู่
“เหรอ?”
สวี่ว่างหันไปมองใบหน้าด้านข้างอันงดงามของเวินอวี่ แล้วเผยรอยยิ้มกำกวม “พี่สาวไม่อยากให้ผมไป อยากอยู่กับผมต่ออีกสักพักเหรอ?”
เวินอวี่: “...”
“พี่สาวมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ สิ เรื่องที่ผมเสนอไว้วันนี้ที่โรงแรมยังเหมือนเดิมนะ พี่เลี้ยงดู...น้องชายของเพื่อนสนิทได้”
เวินอวี่เหยียบเบรกอย่างแรง รถสั่นไหวก่อนจะหยุดนิ่งริมถนน
“พูดให้รู้เรื่อง! อยู่ตึกไหน ฉันจะไปส่ง”
สวี่ว่างตอบเสียงแข็ง “ไม่บอก ที่อยู่บ้านของผู้ชายจะเอาไปบอกผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักข้างนอกตามใจชอบได้ยังไง”
เวินอวี่ทำหน้าเหวอ
สวี่ว่างโน้มตัวเข้าไปใกล้ กะพริบตาจ้องเวินอวี่ “พี่สาวคงไม่ได้อยากรู้ว่าผมอยู่ตึกไหน จะได้ย่องขึ้นเตียงผมตอนดึก ๆ แล้วทำอะไรแปลก ๆ ใช่ไหม? คืนนี้ทั้งพ่อแม่กับพี่สาวผมไม่อยู่บ้านนะ สะดวกให้พี่ลงมือเลย”
สวี่ว่างทำท่าราวกับเพิ่งค้นพบความลับสะเทือนโลก ไม่เพียงไม่กลัว แต่ยังทำหน้าเขินอาย
“พี่สาว อย่าทำแบบนั้นเลยนะ ห้องในหมู่บ้านเราเก็บเสียงไม่ดี ถ้าส่งเสียงดังเกินไป เพื่อนบ้านได้ยินแน่ ไม่อย่างนั้นคืนนี้เราไปบ้านพี่กันดีกว่า ยังไงเมื่อคืนเราก็นอนด้วยกันมาแล้ว จะเพิ่มอีกคืนก็ไม่เห็นเป็นไร ผมรับรองว่าจะดูแลพี่อย่างดี แถมยังช่วยซักเสื้อผ้าสกปรกในบ้านให้ด้วย”
เวินอวี่หน้าบึ้ง ผลักสวี่ว่างอย่างแรง เสียงตวาดแหลมบาดแก้วหูเขา “ลงไปจากรถเดี๋ยวนี้!”
สวี่ว่างจับประตูไว้ ไม่ยอมลง
“พี่สาว อย่ารุนแรงขนาดนี้สิ มีอะไรก็พูดกันตรง ๆ ผู้หญิงพออายุถึงช่วงหนึ่งก็มีความต้องการเรื่องนั้น ผมเข้าใจนะ นักศึกษามหาวิทยาลัยยุคนี้อย่างผม ทั้งหน้าตาก็ดี หุ่นก็เด็ด ข้างนอกมีผู้หญิงตั้งเยอะแยะที่อยากได้ตัวผม พี่คิดแบบนั้นกับผมก็ไม่แปลกหรอก...”
เวินอวี่มองสวี่ว่างที่ทำตัวหน้าด้านเหมือนคนไม่รู้จักอาย โกรธจนตัวสั่น แววตาเต็มไปด้วยความเดือดดาล อยากจะงับเขาให้ตายคาปาก
น้องชายของเพื่อนสนิททำไมถึงกลายเป็นไอ้ตัวแสบแบบนี้ไปได้!
“ลงจากรถ! ไสหัวกลับไปเลย! ต่อไปอย่าให้ฉันเห็นนายที่มหาวิทยาลัยอีก!”
สวี่ว่างรู้ว่าถ้าพูดต่อ อาจารย์เวินคงโมโหจนเอาเรื่องเขาจริง ๆ เลยตัดสินใจพอแค่นี้
วันนี้ขอเล่นกับเธอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ยังมีเวลาอีกเยอะ อาจารย์เวิน
สวี่ว่างลงจากรถแล้วเดินไปข้างหน้า เวินอวี่มองแผ่นหลังสูงโปร่งของเขาใต้แสงไฟถนน ก่อนจะฟาดมือลงบนพวงมาลัยอย่างแรง
ไม่เคยมีใครทำให้เธอโกรธได้ขนาดนี้มาก่อน
สวี่ว่างเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา เห็นรถที่อยู่ด้านหลังยังไม่ขยับ จึงนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วเดินอ้อมกลับไปยืนข้างที่นั่งคนขับ เคาะกระจกเบา ๆ
เวินอวี่หันมาถลึงตาใส่เขาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนกดกระจกลง “ยังจะเอาอะไรอีก?”
สวี่ว่างยิ้มแล้วโน้มหน้าเข้าไปหา “พี่สาว แอดวีแชตกันไหม?”
เวินอวี่เงื้อมมือจะตบหน้าเจ้าเล่ห์ของเขา แต่สวี่ว่างถอยหลบได้อย่างรวดเร็ว
“พี่สาว อย่าลงไม้ลงมือสิ ไม่แอดก็ไม่แอดแล้ว”
“ไสหัวไป! ถ้ายังไม่ไป ฉันจะขับรถชนให้ตาย!” เวินอวี่ตวาดด้วยความโกรธ
สวี่ว่างวิ่งเหยาะ ๆ ไปหยุดห่างจากหน้ารถไม่กี่เมตร แล้วกวักนิ้วท้าทายเวินอวี่
มาเลย ชนฉันสิ
เขาไม่เชื่อหรอกว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าขับรถชนเขาจริง ๆ
ที่นี่มันหมู่บ้านพักอาศัยนะ!
วินาทีถัดมา รถก็พุ่งออกไปทันที
สวี่ว่างเบิกตากว้าง รถพุ่งตรงมาหาเขา ทำเอาเขากระโดดหนีเข้าไปหลบในแปลงดอกไม้ริมถนน
“เชี่ย เอาจริงเหรอเนี่ย!”
สวี่ว่างไม่คิดเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่เล่นตามกติกา ถึงกับเหยียบคันเร่งจริง ๆ
รถพุ่งผ่านข้างตัวสวี่ว่างไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนคันเร่งแม้แต่น้อย ก่อนจะหายลับไปในความมืดพร้อมสายลมวูบหนึ่ง
……
เซิ่งซื่อฮวาฝู่
เวินอวี่อาบน้ำเสร็จแล้วนอนลงบนเตรียมเข้านอน
ทุกครั้งที่หลับตา ใบหน้าของสวี่ว่างที่ทำให้เธอโมโหก็ผุดขึ้นมาในหัว
ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ภาพแต่ละฉากวนซ้ำอยู่ในความคิดของเธอไม่หยุด
เวินอวี่กำผ้าปูที่นอนแน่น อยากตบไอ้ตัวแสบนั่นให้หน้าหัน จนพี่สาวแท้ ๆ ของเขาจำไม่ได้
เธอหมดอารมณ์จะนอน จึงลุกขึ้นมานั่งเล่นโทรศัพท์
เปิดวีแชตแล้วเห็นโพสต์ในหน้าฟีดที่สวี่อวิ้นลงไว้ตอนกินข้าวเย็นวันนี้
ในรูปเธอกับสวี่อวิ้นกำลังถ่ายเซลฟี และยังมีไอ้ตัวแสบคนนั้นอยู่ในภาพด้วย
เธอขยายรูปดูอย่างละเอียด สวี่ว่างกำลังมองตรงหน้าอกอวบอิ่มของเธอพอดี
เวินอวี่โมโหจนโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง มันเด้งขึ้นมาสองสามครั้ง
“ไอ้หื่น! ไอ้สารเลว!”
……
วันที่ 2 กันยายน
มหาวิทยาลัยหลินเฉิง
สวี่ว่างลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในมหาวิทยาลัย
ตอนนี้มีรุ่นพี่หลายคนตั้งเต็นท์ตามคณะต่าง ๆ พร้อมแขวนป้ายผ้าไว้คอยต้อนรับนักศึกษาใหม่
เขามองไปรอบ ๆ สองสามครั้ง ก่อนเดินไปยังจุดต้อนรับของคณะอักษรศาสตร์
ใต้เต็นท์ต้อนรับของคณะอักษรศาสตร์ รุ่นพี่ที่มาช่วยต้อนรับนักศึกษาใหม่ล้วนเป็นผู้หญิง ไม่มีรุ่นพี่ผู้ชายให้เห็นเลย
“สวัสดีครับรุ่นพี่ ผมเป็นนักศึกษาใหม่ปีหนึ่งของคณะอักษรศาสตร์ ชื่อสวี่ว่างครับ”
“สวัสดีจ้ะ น้องสวี่ พี่ชื่อชิวถี เป็นรุ่นพี่ปีสองของเธอ ตามพี่มาเลย เดี๋ยวพี่พาไปทำเรื่องเข้าเรียนที่คณะ” รุ่นพี่ผมสั้นคนหนึ่งพูดยิ้ม ๆ
ระหว่างทาง ชิวถีแอบเหลือบมองสวี่ว่างอยู่เป็นระยะ คณะอักษรศาสตร์มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายมาแต่ไหนแต่ไร รุ่นน้องที่ทั้งสูง หน้าตาสดใส และหล่อเหลาแบบนี้จึงเป็นของหายากที่สาว ๆ ในคณะชื่นชอบ
“น้องเป็นคนที่ไหนเหรอ? พ่อแม่ไม่ได้มาส่งตอนรายงานตัวเหรอ?”
“รุ่นพี่ครับ ผมเป็นคนหลินเฉิง พ่อแม่งานยุ่ง ผมเลยมาคนเดียวครับ”
“คนหลินเฉิงนี่เอง แล้วทำไมไม่เลือกเรียนมหาวิทยาลัยต่างเมืองล่ะ? ไม่อยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเหรอ?”
“ผมว่ามหาวิทยาลัยหลินเฉิงก็ดีครับ แถมอยู่ใกล้บ้าน กลับไปก็สะดวก”
รุ่นพี่แนะนำบริเวณมหาวิทยาลัยหลินเฉิงให้สวี่ว่างฟัง แม้เขาจะโตมาในหลินเฉิง แต่ก็เพิ่งเคยมาที่สถาบันการศึกษาชั้นนำของจีนแห่งนี้เป็นครั้งแรก
ด้วยการพาของรุ่นพี่ สวี่ว่างจึงจัดการขั้นตอนการลงทะเบียนต่าง ๆ เสร็จอย่างรวดเร็ว ก่อนถูกส่งไปยังหอพักเขตสาม
“น้อง หอพักเขตสามเป็นหอรวมชายหญิงนะ ตึก 1 ถึง 18 ทางฝั่งนี้เป็นโซนผู้ชาย ส่วนตึก 19 ถึง 35 ทางโน้นเป็นที่พักผู้หญิง ด้านหลังยังมีหอพักนักศึกษาปริญญาโทด้วย”
รุ่นพี่พาสวี่ว่างไปยังหอพักตึก 9
ทั้งคู่ขึ้นไปชั้นบนแล้วมาถึงหน้าห้องพัก 108
