“นิยายพับหรือนี่?”
พ่อบ้านร้องว่าออกมาเสียงหลง
องค์หวังผิงหยางค่อย ๆ เปิดอ่านอย่างใจเย็น
“ถึงจะเป็นเพียงนิยายพับ แต่สิ่งนี้ปรากฏอยู่ในตำหนักก็ถือว่าไม่เหมาะสมเหมือนกัน”
องค์หวังผิงหยางว่าพร้อมส่งเล่มนั้นให้พ่อบ้าน
พ่อบ้านรับด้วยสองมือ รีบเปิดดูทันที
จริง ๆ ก็คือนิยายพับจริง ๆ
หัวใจที่แขวนลอยของเขาจึงได้วางลงในที่สุด
“ฮูหยินพ่ะย่ะค่ะ คงเป็นบ่าวคนใดคนหนึ่งพาเข้ามาจากข้างนอกแน่
ข้าน้อยจะสั่งคนค้นทั้งตำหนักให้ดูว่าผู้ใดเป็นคนพาเข้ามา!”
องค์หวังผิงหยางโบกมือ
“ช่างเถอะ เพียงนิยายพับเล่มหนึ่ง ถ้าลงแรงค้นหาจนทั้งตำหนักเดือดร้อนไปทั้งบ้านกลับไม่ดีเสียแล้ว
เจ้าไปกล่าวเตือนสติทุกคนซักหน่อยก็พอ”
พ่อบ้านเข้าใจดีว่าองค์หวังผิงหยางก็มีน้ำใจแบบนี้เอง
“เพคะ”
เขาตอบรับแล้วถอยออกไป
“คุณนายตระกูลหนี ขอบใจที่ช่วยงาน เจ้าก็ลุกไปทำงานต่อได้แล้ว”
คุณนายตระกูลหนีลุกขึ้น
คนทั้งหมดถอยออกไปจนหมด
องค์หวังผิงหยางผ่อนคลายลง นางหยิบถ้วยชาข้าง ๆ ขึ้นมา
ตัวตัวกระพริบตาปริบ ๆ
“คุณหนู แม่เหลือบไปแล้วสมุดเล่มนั้นช่างคล้ายเล่มที่แม่หาได้เมื่อวานซักนิด!”
องค์หวังผิงหยางจิบชาหนึ่งอย่าง
“แกก็บอกว่าช่างคล้าย เช่นนั้นย่อมไม่ใช่เล่มนั้นหรอก”
ตัวตัวพยุงแก้มทั้งสองข้าง หน้าน้อยยับไปเป็นก้อน
“ครั้งที่แล้วพ่อบ้านยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็พูดจาจะส่งคุณนายตระกูลหนีขึ้นศาล น่าขุ่นเคืองนัก!”
“คุณหนูคะ ทำไมไม่หยิบเล่มจริงเล่มนั้นขึ้นมาแล้วส่งพ่อบ้านขึ้นศาลไปเสียเลยเล่า?”
