ทั้งสามคนตื่นตระหนกวิ่งเข้ามาในหอหนังสือ แพทย์หลวงกำลังเอามือตรวจชีพจรองค์ชายผิงหยางอยู่
หลิงเฟิงคำนับองค์หวังผิงหยาง
“องค์ชายเป็นอะไรพระองค์” องค์หวังผิงหยางถามเสียงเบา
หลิงเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “องค์ชายมีพระดำรัสว่า รู้สึกชาตรงพระบาท”
องค์หวังผิงหยางอึ้งงัน
“ท่านพูดว่าอะไรนะ พระบาทขององค์ชาย รู้สึกชางั้นหรือ”
หลิงเฟิงพยักหน้าหนักแน่น “องค์ชายทรงเป็นห่วงว่าจะเป็นเพียงหลอนของพระองค์เอง จึงให้เรียกแพทย์มาตรวจดู”
องค์หวังผิงหยางเดินไปยืนด้านหลังองค์ชายผิงหยาง ตื่นตระหนกมองแพทย์ตรวจชีพจรอยู่ใกล้ ๆ
ตัวตัวเดินเข้ามาในห้องก็ดิ้นรนลงจากเก้าอี้
นางได้ยินคำกราบทูลของหลิงเฟิงต่อองค์หวังผิงหยาง ดวงตากะพริบวาบ
ตัวตัวเดินมายืนข้างกายองค์ชายผิงหยาง ก็จ้องมองแพทย์ตรวจชีพจรตาม
ทุกวางท่าทางท่าของแพทย์นางสนใจยิ่งนัก
องค์ชายผิงหยางเดิมทีกำลังตื่นตระหนกรอผลวินิจฉัยของแพทย์ ทันเห็นความอยากรู้ในดวงตาของตัวตัว
“ฝ่าบาท ข้าน้อยขอฝังเข็มสักหลายดวง หากฝ่าบาทมีความรู้สึก โปรดบอกข้าน้อยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายผิงหยางพยักหน้า
แพทย์หยิบม้วนผ้าใบออกมา คลี่ออกดู เต็มไปด้วยเข็มเงินนานาชนิด
ตัวตัวสนใจยิ่งนัก เอาตัวเข้าไปใกล้เพื่อดู
แพทย์ไม่พอใจขึ้มาเล็กน้อย “โปรดคุณหนูถอยออกไปไกลหน่อยพ่ะย่ะค่ะ กันข้าน้อยพลาดมือทำร้ายได้”
ตัวตัวอายยิ้มให้แพทย์ แล้วถอยกลับมายืนข้างองค์ชายผิงหยาง
“ชอบงั้นหรือ” องค์ชายผิงหยางเอ่ยขึ้นโดยกะทันหัน
ตัวตัวเงยหน้าขึ้น มององค์ชายผิงหยางอย่างเขินอาย
“เข็มของฝ่าบาทกับเข็มปักผ้าของตัวตัวไม่เหมือนกันอ่ะ”
