ห้องลับใต้ดินเงียบสงัดราวกับป่าช้า
หลอดไฟสีเหลืองหม่นเหนือศีรษะกะพริบสองครั้ง ส่งเสียงกระแสไฟฟ้าดังซี่ ๆ
เหล่าโจวมองหยางจิ่งอันที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ขาทั้งสองข้างสั่นระริกราวกับลูกนก เขาคลานตะเกียกตะกายเข้าไปหา ก่อนจะบีบจุดกึ่งกลางใต้จมูกของอีกฝ่ายแน่น
“นายท่านหยาง! รีบฟื้นสิครับ!”
ส่วนลิ่วจื่อที่ลงมาด้วยกันนั้นหนีหายไปนานแล้ว ไม่เหลือแม้แต่เงา
ตอนนี้เหล่าโจวขวัญผวาจนขนลุกซู่
ที่นี่คฤหาสน์บรรพบุรุษของตระกูลอวี๋เชียวนะ!
ห้องใต้ดินกว้างกว่าร้อยตารางเมตร เต็มไปด้วยทองแท่งและโบราณวัตถุที่กองพะเนินเป็นภูเขา เมื่อวานตอนตรวจดูก็ยังอยู่ครบ แล้วแค่ข้ามคืนเดียว ทำไมถึงหายวับไปต่อหน้าต่อตาเขาได้!
ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป ต่อให้เขามีสิบหัวก็ยังไม่พอให้ตัด
เขากัดฟันแน่น ออกแรงมหาศาลกว่าจะลากและแบกหยางจิ่งอันที่หมดสติออกจากห้องลับได้
ก่อนจากไป เหล่าโจวใช้มือสั่นเทาล็อกประตูเหล็กกล้ากันขโมยบานนั้นไว้อย่างแน่นหนาอีกครั้ง
ราวกับว่าขอเพียงล็อกประตูไว้ ทองคำเงินคำที่กองอยู่เต็มห้องก็จะไม่หายไป
แต่ทันทีที่เขาหมุนกุญแจเสร็จ หยางจิ่งอันบนหลังก็กระตุกอย่างแรง ก่อนจะฟื้นขึ้นมา
เหล่าโจวยังไม่ทันได้เอ่ยปาก หยางจิ่งอันก็ผลักเขาออกอย่างแรง
ดวงตาของหยางจิ่งอันแดงก่ำ เขาคว้ากุญแจไปอย่างคนบ้าคลั่ง แล้วไขประตูเปิดอีกครั้ง
เมื่อสายตาเห็นห้องใต้ดินที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ฝุ่นผงเหลืออยู่ หัวเข่าของเขาก็อ่อนยวบ ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นอีกครั้ง
วินาทีต่อมา ราวกับจู่ ๆ เขานึกถึงสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตขึ้นมาได้ เขาลุกขึ้นอย่างโซเซ ก่อนจะคลานตะเกียกตะกายพุ่งขึ้นบันไดหินในทางลับ
“นายท่านหยาง ค่อย ๆ ไปครับ!” เหล่าโจวตกใจจนวิ่งตามไปอย่างทุลักทุเล
