กองผลิตเฮยสุ่ย ลานดินของหมู่บ้าน
เฉินต้าสุ่ยสวมเสื้อฝ้ายขาดรุ่งริ่ง คีบบ้องยาสูบที่ไม่มีถ่านไฟไว้ในมือ เดินวนไปมาในบ้านอย่างกระวนกระวายราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขัง
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปแล้ว นับตั้งแต่เอ้อร์ไหลจื่อกับพวกไปที่บ้านหิน
ไร้ความเคลื่อนไหว ในป่าลึกเช่นนี้ บ่อยครั้งความเงียบงันก็คือความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุด
“อา! อา!”
เฉินเถี่ยจู้กลิ้งล้มลุกคลุกคลานพุ่งชนประตูเข้ามา ตัวเปียกโชกไปทั้งตัว หน้าซีดเผือดราวกับเพิ่งคลานออกมาจากหลุมศพ
“ลนลานอะไร! จัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง?” เฉินต้าสุ่ยตวาดถามเสียงกร้าว
“บ้า...บ้ากันหมดแล้ว! แม่งบ้ากันหมดแล้ว!” เฉินเถี่ยจู้ตัวสั่นพลางชี้ไปนอกประตู พูดจาไม่เป็นประโยค
เฉินต้าสุ่ยผลักเขาพ้นทาง แล้วก้าวฉับ ๆ ออกจากที่ทำการหมู่บ้าน
บนลานดิน ชาวบ้านที่ตกใจตื่นจุดคบเพลิงขึ้นนับสิบด้าม แสงไฟส่องให้เห็นสภาพเละเทะทั่วพื้นอย่างชัดเจน
เอ้อร์ไหลจื่อนอนจมอยู่ในโคลนเลือดโชก มีมีดแล่กระดูกปักอยู่ที่ต้นขาอย่างเห็นได้ชัด
ฉือหยาขาดหูไปข้างหนึ่ง กำลังกอดต้นไม้ข้าง ๆ แทะอย่างบ้าคลั่ง ในปากเคี้ยวเปลือกไม้เปื้อนเลือด
อีกสองคนที่เหลือบีบคอกันแน่นจนตาเหลือก น้ำลายฟูมปากเป็นฟองยืด
“มีผี...ปีศาจวานรกินคน! ในบ่อมีสัตว์ประหลาด! มีแต่ทองแท่งทั้งนั้น!”
เอ้อร์ไหลจื่อกระตุกอยู่บนพื้น ส่งเสียงคำรามที่ไม่เหมือนเสียงมนุษย์ นิ้วทั้งสิบจิกดินโคลนจนเกิดรอยเลือด
ชาวบ้านที่มุงดูต่างหวาดกลัวจนถอยกรูด เสียงสูดลมหายใจเฮือกดังระงมไปทั่ว
เฉินต้าสุ่ยจ้องดวงตาแดงก่ำไร้จุดโฟกัสของเอ้อร์ไหลจื่อ แล้วมองหูของฉือหยาที่ถูกฉีกขาดไปครึ่งหนึ่งทั้งเป็น บ้องยาสูบทองแดงในมือก็หล่นลงโคลนดังแปะ
